
การเมืองเรื่องตำรวจ
รีบเอาลง เราต้องให้เกียรติคนใหม่ ไม่มีภาพเขาแล้วยังเอาภาพคนเก่าติดไว้อีก รองผู้บังคับการออกคำสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเร่งดำเนินการเก็บป้ายประชาสัมพันธ์ผู้บังคับการคนเก่าที่ติดอยู่บริเวณข้างทาง ป้ายข้างทางกลายมาเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ผู้นำองค์กรได้อ
แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ก็ยังตั้งคำถามต่อท่านนายกฯ เรื่องการแต่งตั้งผู้นำตำรวจ หากพยายามหามุมที่จะมองเชิงบวกกับปรากฏการณ์ที่น่าหดหู่ในสังคมไทยตอนนี้ อาจจะพอมองได้ว่า เป็นโอกาสทองของวงการตำรวจที่จะบอกแก่คนในสังคมไทยว่า “ตำรวจมีบทบาทที่สำคัญต่อสังคมไทย” ตำรวจมีความสำคัญต่อใคร? อย่างไร? ตำรวจให้ความสำคัญกับใคร? อย่างไร?
นายตำรวจระดับบังคับการพูดถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงแสดงถึงทัศนะที่มีต่อการทำงานร่วมกันด้วยน้ำเสียงเสียดสีประชดประชันว่า “ไดโนเสาร์ตัวเก่าไป เดี๋ยวตัวใหม่ก็มา” ไดโนเสาร์ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบกับนายผู้มีความคิดติดกรอบ คิดแบบเดิมๆ สั่งการแบบเดิมๆ และบริหารจัดการแบบเดิมๆ จนกระทั่งคนรุ่นใหม่ที่คิดต่าง คิดสร้างสรรค์ ต้องกลับมาทบทวนวิธีคิดของตนเองก่อนที่จะท้อแท้และเลิกคิดที่จะทำงานพิทักษ์สันติราษฎร์อย่างสร้างสรรค์ สรุปปิดท้ายว่า “วิ่งอย่างเดียวพอ ไม่ต้องคิด”
“เชียร์เขาสิ พอเขาทำดีมีผลงาน เราก็เชียร์เขาให้ดังๆ เลย” ผู้พูดคือคนนอกวงการที่ยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมองค์การตำรวจ เสนอความคิดเพื่อให้นายตำรวจหาวิธีการโน้มน้าวใจนายให้มาร่วมคิด ร่วมทำงาน หากแต่ถูกนายตำรวจใหญ่ย้อนถามว่า “เชียร์แล้ว เขาได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ได้ผลประโยชน์เทียบเท่ากับที่เขาได้รับจากวิธีเดิมๆ ของเขารึเปล่า?” เมื่อไม่มีเสียงตอบจากที่ประชุม นายตำรวจพูดต่อด้วยถ้อยคำเสียดสีว่า “เริ่มต้นตอนเข้าองค์กรใหม่ๆ เป็นมนุษย์ ต่อไปเป็นเต่า แล้วก็กลายเป็นไดโนเสาร์” คำพูดสะท้อนถึงความอึดอัดใจในการทำงาน
ถึงแม้ว่าผู้พูดจะเป็นถึงนายตำรวจระดับบังคับการ แต่ดูเหมือนว่าขาดสิทธิ ไร้เสียง หมดอิสรภาพในการทำงานอย่างที่ใจอยากทำ เมื่อได้ระบาย ความในใจจึงพรั่งพรู นายตำรวจพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “เพื่อนผมบอกว่า ช่วงนี้ไปไหนไม่ได้หรอก เป็นช่วงวิ่งเลยนะ เดี๋ยวพอได้ขึ้นแล้ว เขาก็จะดึงผมไปทำงานให้ แล้วเขาก็จะเตรียมวิ่งขึ้นต่อ" (ได้ขึ้น หมายถึงการเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่งหน้าที่) นี่คือวิถีที่จะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในโลกของตำรวจที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับประสิทธิภาพและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานมากนัก “คุณเคยเห็น ข้าราชการอื่นเขาประชาสัมพันธ์ตัวเองตามป้ายข้างทางมั้ย ทำไมตำรวจต้องทำอย่างนั้น” นายตำรวจตั้งคำถาม
ป้ายประชาสัมพันธ์ข้างทางเป็นผลมาจากความพยายามในการหาพื้นที่ที่จะบอกบรรดานายๆ และประชาชนว่า ฉันทำงานนะ ฉันมีผลงานนะ “ต้องป่าวประกาศให้สาธารณชนรู้ด้วยว่าฉันทำงาน ฉันมีผลงาน ถึงจะทำให้นายมองเห็น แต่วิธีนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะยืนยันว่าจะเติบโตหรอกนะ เพราะคนที่ไม่ทำงานก็ใช้วิธีนี้ในการประชาสัมพันธ์ตัวเองเหมือนกัน” ตอกย้ำด้วยคำตอบสั้นๆ ว่า “ทำให้ติดหูติดตาไง เวลาวิ่งก็วิ่งได้ง่ายหน่อย” ปิดท้ายด้วยข้อสรุปว่า “การวิ่งที่มีประสิทธิภาพคือวิ่งหาการเมือง”
“บทบาทหน้าที่ของตำรวจ มีผลกระทบอย่างสูงต่ออำนาจทางการเมือง ทำให้ฝ่ายการเมืองพยายามที่จะเข้ามาครอบงำวัฒนธรรมการทำงานของเรา และมิใช่เฉพาะแต่องค์กรตำรวจเท่านั้น ดังนั้นประชาชนจึงจำเป็นต้องตั้งคำถามและตรวจสอบการเมืองด้วย” นายตำรวจใหญ่กล่าวทิ้งท้าย
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
[email protected]



