ข่าว

คนร้ายบึ้มลวง 3 ลูกป่วนยะลา...จนท.สังเวย2เจ็บอื้อ

คนร้ายบึ้มลวง 3 ลูกป่วนยะลา...จนท.สังเวย2เจ็บอื้อ

15 ก.ย. 2560

คนร้ายป่วนยะลา! กดระเบิดริมเสาไฟฟ้า ล่อจนท.เข้าตรวจสอบก่อนกดบึ้มซ้ำอีก 2 ลูก ดับ 2 เจ็บ 27 ราย  แจ้งเตือนคาร์บอมม์จ่อป่วนซ้ำ ด้านมทภ.4 สั่งจับกุมตัวมาให้ได้

          สถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้คุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อกลุ่มผู้ไม่หวังดีออกปฏิบัติการณ์สร้างความรุนแรงในพื้นที่ อ.ยะหา รอยต่อ อ.กาบัง จ.ยะลา โดยวางระเบิดริมเสาไฟและถนนถล่มขบวนรถเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ขณะที่การข่าวยังพบมีการเตรียมคาร์บอมม์เพื่อถล่มศูนย์กลางเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย 

          เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 14 กันยายน  ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ริมเสาไฟฟ้า เหตุเกิดบริเวณบ้านลาเตอะ หมู่ 5 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จึงได้แจ้ง พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

          จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้น 1 ครั้ง แต่เนื่องจากเป็นเวลาดึกจึงไม่มีใครกล้าออกไปดู พอถึงช่วงเช้าจึงได้ช่วยกันไปตรวจสอบที่มาของต้นเสียงพบว่าเสาไฟฟ้าถูกระเบิดขาดท่อนไป 1 เสา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ 

            ต่อมาเวลาประมาณ 09.30 น. ในขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา กำลังเดินทางเข้าที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถมาถึงเส้นทางสายยะลา-กาบัง ที่หมู่ 1 บ.ปาแดรู อ.ยะหา จ.ยะลา คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ริมถนนทันที แรงระเบิดทำให้มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานที่ 47 ซึ่งขับรถนำขบวน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย คือ ส.ต.ธเนตร พุทโธ และอส.ทพ.อาวุธ อุปพงษ์ รวมทั้งรถยนต์ตู้ของเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดหรืออีโอดีได้รับความเสียหาย ซึ่งขณะเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงสกัดกั้นกลุ่มคนร้ายเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนร้ายเข้ามาโจมตีนานประมาณ 5 นาที

             หลังจากสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 กระจายกำลัง เข้าพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเพื่อติดตามกลุ่มคนร้าย ซึ่งเชื่อว่ายังอยู่ในพื้นที่ ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ฉก.อโนทัย ก็เปิดเครื่องตัดสัญญาณมือถือและเครื่องตัดสัญญาณวิทยุ ก่อนเข้าดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยเบื้องต้นพบว่าคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องยังไม่ทราบขนาด มาผูกติดเสาหลักริมถนน ส่วนการจุดชนวนเป็นระบบวิทยุสื่อสาร

             อย่างไรก็ตามระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 09.56 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกครั้งตรงจุดเกิดเหตุ เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา  เจ้าหน้าที่ทหารชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ฉก.อโนทัย ได้รับบาดเจ็บหลายนาย เจ้าหน้าที่ช่วยกันรีบนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ก่อนที่จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลยะลาต่อไป  รวมถึง พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ยืนอยู่ด้วยมีอาหารแน่นหน้าอก และเข้าให้แพทย์ตรวจดูอาการเบื้องต้นแล้ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงพยาบาลยะลา ว่าสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 15 นาย คือ 1.จ.ส.อ.อำนาจ พลวิจิตร โดนสะเก็ดระเบิดที่ขาขวา 2.อส.ทพ.รัฐพล ชุมพล โดนสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้าย 3.ส.อ.สุริยันต์ สงสุข โดนสะเก็ดระเบิดที่หลัง 4.ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ แก้วมี 5.นายอาวุธ หุบกะพง แน่นหน้าอก ใส่ท่อช่วยหายใจ 6.จ.ส.อ.ภาสพันธ์ การะภาค โดนสะเก็ดระเบิดที่เอวและมีสิ่งแปลกปลอมปักอยู่ที่แขนซ้าย 7.ส.ต.ต.เอกชัย สมอคำ เข้าห้องผ่าตัดเปิดช่องท้อง 8.ด.ต.วรวิชัย บุญรักษา 9.นายบูดีมัน ซาเฮาะ 10.ร.ท.ประยงค์ อั้นเท่ห์ โดนสะเก็ดระเบิดที่ไหล่ซ้าย 11.นายอนุรุธ จันทวงศ์ 12.ด.ต.สนั่น ขุนทองปาน 13.อส.ทพ.สมพงศ์ เดชบุรี 14.อส.ทพ.รัฐพงศ์ แก้วเกตุ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบชื่ออีก 1 นาย

          ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 รายอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ส่วนผู้เสียชีวิต 1 นาย คือ ส.ต.ธเนตร พุทโธ เจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 อายุ 29 ปี ที่อยู่ 70/2 หมู่ 3 ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีผู้สื่อข่าวในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีอาการหูอื้ออีกจำนวน 3 ราย

          ล่าสุดมีรายงานว่า ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดสังกัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเดิมสังกัด ตชด.31 จังหวัดพิษณุโลก ได้มาช่วยราชการชุดปฏิบัติการ ชป.วินิจ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

          สรุปสถานการณ์จากเหตุระเบิดดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 27 นาย เสียชีวิตจำนวน 2 นาย รถยนต์ทางราชการเสียหายจำนวน 1 คัน

            ขณะเดียวกันมีการแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวกรองระบุว่า เมื่อเวลา 10.15 น. พบการเคลื่อนไหวของแนวร่วมกลุ่มตลาดเก่า (อุเซ็ง ธรรมวิทยา) พร้อมพวกใช้รถอีซูชุ มิวเซเว่นสีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดตัวเลขสติกเกอร์ AG 486 พร้อมรถตาม 2-3 คัน 1 คันเป็นรถอีซูซุดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน คาดเป็นรถที่ประกอบระเบิดเสร็จใช้ถังแก๊สขนาด 50 กิโลกรัม 2 ลูก พร้อมแกลลอนน้ำมัน 7-8 แกลลอน ตามรายงานจากแหล่งข่าวใช้จุดชนวนโดยวิทยุสื่อสาร เข้ามาพักพร้อมปฏิบัติในเขตเทศบาลนครยะลา โดยแจ้งเตือนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 ฝ่าย ในเขตเทศบาลนครยะลา เพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวและเพิ่มความเข้มในทุกจุดตรวจ

            ภายหลังมีการแจ้งเตือน ที่ อ.เบตง จ.ยะลา   เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจลอยและเฝ้าระวังประจำจุด รวมถึงบริเวณเป้าหมายอ่อนแอ ทั้งชุมชนไทยพุทธ ตลาดสด และสวนสาธารณะเป็นไปอย่างรัดกุม

          พ.ต.อ.สุชาติ สอิด ผกก.สภ.เบตง กล่าวว่า ในเขตเทศบาลเมืองเบตง ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เบตง  ตชด.44 และฝ่ายปกครองในอำเภอเมือง กระจายกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเน้นตามร้านค้า ซึ่งระยะนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก อีกทั้งยังตั้งจุดตรวจลอยทั้งถนนสายหลักและสายรอง ตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างละเอียด โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีการแจ้งหายไว้ในแต่ละพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนร้ายนำรถยนต์ที่โจรกรรมเข้ามาก่อเหตุ 

          อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเบตง ฝ่ายความมั่นคงยังคงมีการแจ้งเตือนการเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการก่อเหตุด้วยรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ซุกซ่อนระเบิดไว้

          ส่วนที่ห้องแถลงข่าวศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บ่ายวันเดียวกัน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และพ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงข่าวกรณีเกิดเหตุระเบิดดังกล่าวและว่า  พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตลอดจนรวบรวมงานด้านการข่าวเพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ และสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และสมศักดิ์ศรีของชายชาติทหารที่เสียสละแม้ชีวิตเพื่อความสงบสุขของพื้นที่และของพี่น้องประชาชน

          อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องสิทธิของกำลังพลของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกนายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมถึงดูแลครอบครัวของวีรชนผู้สูญเสีย ตามสิทธิที่ได้รับตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความพยายามในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทำให้ประชาชนในพื้นเกิดความเบื่อหน่ายต่อการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในห้วงหลายปีที่ผ่านมา

          ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ให้เพิ่มมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดพื้นที่เสี่ยงต่างๆ พร้อมทั้งสั่งให้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางหลบหนีและติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้ โดยก่อนเกิดเหตุการณ์ข่าวไม่พบความเคลื่อนไหว ส่วนกลุ่มคนร้ายเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยก่อเหตุในพื้นที่

          ทั้งนี้ มีรายงานจากหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ถึงแรงจูงใจของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ว่าเกิดจากความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่จับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุปล้นเต็นท์รถมือสองวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา