
เรียก 4 สน.ร่วมไล่ล่ามือบึ้มเอทีเอ็ม
สอบพยานแล้ว 10 ปาก คดีระเบิดตู้เอทีเอ็ม ธ.กรุงเทพ สาขากรุงเทพกรีฑา ฉกเงินกว่า 3 แสนบาทหนีลอยนวล พบใช้เส้นทางหลบหนีแล้ว ประสาน 4 โรงพักใกล้เคียงควานหาตัว
จากกรณีคนร้ายวางระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ หน้าประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตประเวศ กทม. โดยคนร้ายได้เงินไป 314,100 บาท เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 13 กันยายนนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำพยานไปแล้ว 10 ปาก และยังคงเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี
เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 14 กันยายน ที่สน.ประเวศ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมเรียกประชุมทีมคลี่คลายคดี ประกอบด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รองผบก.น.4 พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.ท.ศานิตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรื่องบุคคลยังไม่สามารถระบุได้ ส่วนเส้นทางในการหลบหนีกำลังไล่ตามอยู่ ยังไม่พบจุดที่หายไป อยู่ระหว่างตรวจสอบภาคพื้นดิน ทั้งนี้ความชัดเจนในเรื่องของระเบิดต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการจากกองพิสูจน์หลักฐานก่อน
“ส่วนกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็มนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถดูได้ เนื่องจากแรงระเบิดทำข้อมูลเสียหาย ขอเวลาประสานผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้เข้ามาตรวจสอบก่อนเพื่อให้การติดตามตัวคนร้ายง่ายขึ้น” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว
เมื่อถามว่าจะต้องมีการจำลองเหตุการณ์หรือไม่นั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า อาจจะต้องมีการจำลองเหตุการณ์ในการก่อเหตุ ระยะเวลาในการเข้าออก และระยะเวลาในการระเบิด อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สอบพยานไปแล้ว 10 ปาก พบว่าผู้ก่อเหตุทำเพียงคนเดียว พยานไม่พบเห็นว่าคนร้ายหยุดหรือมีคนมารอระหว่างทาง เชื่อว่าคนร้ายได้หลบหนีไปในเส้นทางถนนพระรามเก้า และถนนรามคำแหง ซึ่งหลังจากนี้จะประสานสน.ใกล้เคียง สน.ประเวศทั้งหมด 4 สน. ประกอบด้วย สน.ลาดพร้าว สน.บึ่งกุม สน.บางชัน และสน.หัวหมาก ในการร่วมกันสืบสวนทางสภาพเเวดล้อมเพื่อนำไปสู่การจับกุม
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนถังแก๊สที่พบในที่เกิดเหตุนั้น ทางเจ้าของร้านที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุได้ให้การว่าเป็นเจ้าของถังแก๊สดังกล่าวจริง แต่ปืนยิงแก๊สที่พบในที่เกิดเหตุไม่ใช่ของตน โดยให้ตำรวจไปเก็บดีเอ็นเอเจ้าของร้านไว้เพื่อเทียบเคียงเป็นข้อมูล
รายงานข่าวแจ้งว่าจากการตรวจสอบเส้นทางที่เกิดเหตุทราบว่าคนร้ายออกไปทางถนนสวนสน ทะลุถนนรามคำแหง ออกทางหมู่บ้านพฤกษชาติ เลียบทางด่วน หรือออกทางหมู่บ้านเศรษฐกิจ ล่าสุดทราบว่าสุดทางนั้นคนร้ายหายไปในพื้นที่สน.หัวหมาก
ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐ. เปิดเผยว่า จากการเก็บชิ้นส่วนหลักฐานในจุดเกิดเหตุเบื้องต้นได้นำคราบเขม่าดินปืนที่พบอยู่เล็กน้อยเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบหาสารประกอบระเบิดคาดว่าจะรู้ผลในเร็วๆ นี้ ว่าสารประกอบระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นชนิดใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่องทั้งวัน จนกระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 14 กันยายน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 ได้เดินทางไปที่ สน.ประเวศ เพื่อร่วมประชุมกับชุดคลี่คลายคดี
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยเริ่มจากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่มีความเกี่ยวข้องด้านความมั่นคงอย่างแน่นอน เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่สถานที่สำคัญ หรือก่อเหตุในเชิงสัญลักษณ์ และที่สำคัญคนที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียว ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว แต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนคงจะต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน เบื้องต้นมีพยานระบุว่าเห็นคนร้ายขับขี่จักรยานยนต์ไปทางสวนสน ส่วนคนร้ายจะเป็นมืออาชีพหรือไม่นั้น จะต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐานก่อน ซึ่งคดีดังกล่าวมีความสำคัญต่อความมั่นคงเป็นอย่างมาก ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการว่าให้จับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า ส่วนหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับระเบิดนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ จะต้องรอผลการพิสูจน์จากอีโอดีก่อน เพราะในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานในการประกอบชิ้นส่วนระเบิด ส่วนถังแก๊สที่นำมาตรวจสอบนั้นก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นชนวนในการเกิดระเบิดหรือไม่ เพราะแรงระเบิดอยู่บริเวณตู้เอทีเอ็มเท่านั้น อาคารหรือสถานที่ใกล้เคียงไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ส่วนลักษณะการประกอบระเบิดยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ เพราะการก่อเหตุในสมัยนี้คนร้ายใช้วิธีลอกเลียนมาจากภาพยนตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องศึกษาและป้องกันทุกรูปแบบแน่นอน



