ข่าว

อนาคต“เนวิน”

อนาคต“เนวิน”

23 ก.ย. 2552

คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ยกฟ้องนายเนวิน ชิดชอบ และจำเลยอื่น รวม 44 คน ในคดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาท อันเป็นการพิจารณาพิพากษาคดี ที่เรียกว่า

การทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบายนั้น มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงประโยชน์ของประชาชนที่พึ่งพาอาชีพปลูกยางพาราส่วนใหญ่ในภาคใต้ อันเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินของศาลเท่านั้น หากยังมีผลต่อโครงสร้างการเมืองภายใต้ภูมิใจไทย พรรคการเมืองที่เป็นผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของรัฐบาลผสมชุดนี้ด้วย โดยเฉพาะอนาคตของหัวหน้าพรรคตัวจริง นายเนวิน ชิดชอบ ที่จะหลุดจากโทษแบนของศาลรัฐธรรมนูญในเร็ววันนี้

 พรรคภูมิใจไทย แตกกิ่งก้านสาขาไปเกาะเกี่ยวอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางการเมืองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทั้งตำรวจ ทหาร กลุ่มทุน ไม่แตกต่างไปจากก่อนหน้าและหลังที่ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่ศูนย์อำนาจ ที่เขาวางขุมข่าย สายอำนาจไว้เป็นคล้ายใยแมงมุมในทุกวงการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้และรักษาอำนาจ นายเนวิน ชิดชอบ ก็เดินทางมาในเส้นทางเดียวกัน หากแต่นายเนวิน อาจเหนือกว่าทักษิณ ด้วยซ้ำ ในจุดที่เขาไม่ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นเดียวกับทักษิณ ที่ตั้งพรรคไทยรักไทยและลงเลือกตั้งในนามหัวหน้าพรรค เพียงสมัยเดียว ก็ทะยานขึ้นสู่สุดยอดพีระมิดที่นักการเมืองทุกคนปรารถนาเลยทีเดียว

 เพราะหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งพรรษาทางการเมืองและวัยวุฒิอ่อนกว่านายเนวิน ชิดชอบ ถึง 7 ปี ยังเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ไฉนนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน นับจากวันที่เริ่มเรียน ก.ไก่ ทางการเมือง ในฐานะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคสหประชาธิปไตย เมื่อปี 2529 พรรคเทิดไท พรรคสามัคคีธรรม พรรคชาติไทย พรรคเอกภาพ จนกระทั่งต้องมาปิดเทอมยาวกับพรรคไทยรักไทย จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไม่ได้ จะเรียกว่าเป็นฝันร้ายหรือฝันดีของคนไทยส่วนหนึ่งก็ได้ แต่แน่นอนว่า นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งแสดงบทบาทน้ำตาจระเข้อยู่เนืองๆ ย่อมมีสิทธิฝัน และก็เป็นฝันที่เป็นไปได้

 พรรรคการเมืองใดสามารถกุมหัวใจคนอีสานได้ พรรคการเมืองนั้นย่อมมีสิทธิเฉียดใกล้ศูนย์อำนาจ อย่างน้อย พรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย ก็ได้พิสูจน์ความจริงข้อนี้มาแล้ว จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกพรรคการเมืองปรารถนาจะยึดกุมให้ได้ ก็คือภาคอีสาน ที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด และวันนี้ ก็ต้องยอมรับว่าพลังสีน้ำเงิน ภายใต้ร่มเงาของนายเนวิน ชิดชอบ แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ฉะนั้น สิ่งที่นายเนวิน ชิดชอบ บอกกับผู้สมัครนายกฯ อบต. ในพื้นที่ว่า “อีกไม่นานจะมีคนบุรีรัมย์เป็นนายกรัฐมนตรี” จึงนอกจากปลุกเร้าให้นักการเมืองท้องถิ่นฮึกเหิมแล้ว ยังส่งสัญญาณถึงคนไทยทุกคนให้เตรียมรับสึนามิลูกใหญ่ที่อาจซัดกระหน่ำหมู่บ้านประเทศไทยด้วย