ข่าว

ชงกบง.เพิ่มค่าการตลาดน้ำมัน

ชงกบง.เพิ่มค่าการตลาดน้ำมัน

23 ก.ย. 2552

กบง.เตรียมถกปรับเพิ่มค่าการตลาดน้ำมันใหม่จาก 1.50 บาทต่อลิตรเป็น 2.20 บาทต่อลิตรตามต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมสนับสนุนใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 ดึงกองทุนน้ำมันจ่ายเพิ่มเงินชดเชยหวังกดราคาลงอีก 3 บาทต่อลิตร

 แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กบง.วันที่ 24 กันยายนนี้ จะมีการพิจารณาผลศึกษาการปรับเพิ่มค่าการตลาดน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะปรับเพิ่มการตลาดน้ำมันจาก 1.50 บาทต่อลิตร เป็น 2.20 บาทต่อลิตร เหตุมูลค่าการลงทุนและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น 

 ทั้งนี้ อัตราค่าการตลาดใหม่คำนวณบนพื้นฐานผลตอบแทนทางธุรกิจที่ 12% สำหรับการลงทุนสถานีบริการน้ำมันขนาดกลาง โดยคำนวณเฉพาะธุรกิจขายปลีกน้ำมันเท่านั้น ไม่รวมธุรกิจเกี่ยวเนื่องในสถานีบริการน้ำมัน เช่น ร้านค้าสะดวกซื้อ หรือบริการล้างรถ ส่วนค่าการตลาดแอลพีจี มีการคำนวณค่าการตลาดใหม่ที่ 3.03 บาทต่อกก. ใกล้เคียงกับค่าการตลาดปัจจุบันที่ 3.2566 บาทต่อกก.

 “การคำนวณค่าการตลาดใหม่ เป็นผลศึกษาที่เสนอ กบง.พิจารณา ส่วนจะนำมาใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการหรือไม่ คงต้องหารือในที่ประชุมอีกครั้ง“ แหล่งข่าวกล่าวและว่า ที่ประชุมยังจะพิจารณาแนวทางส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเงินชดเชย จากอัตรา 7.13 บาทต่อลิตร เป็น 10 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ อี 85 ลดลงประมาณ 3 บาทต่อลิตร จากปัจจุบัน อยู่ที่ 22.72 บาทต่อลิตร

 นอกจากนั้น กบง.จะพิจารณาเพิ่มเงินกองทุนน้ำมันฯ สำหรับโครงการเปลี่ยนแท็กซี่แอลพีจี 3 หมื่นคันมาใช้เอ็นจีวี ตามโครงการลดค่าครองชีพให้ประชาชนอีก 12.4 ล้านบาท จากงบที่ขอไว้ 1,200 ล้านบาท เพื่อจัดระบบทำลายอุปกรณ์แอลพีจี ป้องกันนำกลับมาจำหน่ายซ้ำในตลาด รวมทั้งจะมีการหารือโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลตามโครงการน้ำมันม่วง เพื่อจำหน่ายให้เรือประมงขนาดเล็ก โดยเสนอสูตรราคาน้ำมันม่วงต่ำกว่าไบโอดีเซล บี 5 ที่ 2 บาทต่อลิตร

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวหลังเปิดโครงการรณรงค์ “คาร์ฟรี เดย์“ ว่า กระทรวงพลังงานมีเป้าหมายลดใช้พลังงานให้ได้ 20% ในปี 2554 หรือประหยัดได้กว่า 1 แสนล้านบาท