ข่าว

อภิสิทธิ์โฟนอินช่อง11เผยเทศอยากเห็นไทยสงบ

อภิสิทธิ์โฟนอินช่อง11เผยเทศอยากเห็นไทยสงบ

22 ก.ย. 2552

ยันนักลงทุนต่างชาติพอใจแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ปฏิเสธตัวเลขการฟื้นตัวศก.ของไทยช้าที่สุดในเอเชีย ยันตัวเลขหดตัวร้อยละ 3.5 ที่ ADB คาดการณ์ถือว่าตรงกัน

 เมื่อเวลา 19.00-19.10 น.วันที่ 22 ก.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โทรศัพท์เข้ามาสนทนาในรายการข่าวค่ำทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง11 ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ส่วนใหญ่เป็นประเด็นทางบวกได้เห็นถึงความก้าวหน้าในช่วงระยะประมาณที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจที่มีทิศทาง กระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนตัวเลขต่าง ๆ ดีขึ้นโดยลำดับ

และขณะเดียวมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองว่ามีความเรียบร้อยมากแค่ไหน ซึ่งตนก็ได้อธิบายแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการไปก็ดูจะได้รับการตอบรับในทางที่ดี ส่วนใหญ่แล้วคนที่มาพบเป็นทั้งนักลงทุนทางการเงิน นักลงทุนโดยตรง ผู้ซื้อสินค้าจากประเทศไทย หลายคนมีความรู้จักมักคุ้นและประทับใจในประเทศไทย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ภารกิจก่อนหน้าที่จะที่ให้สัมภาษณ์กับช่อง 11 ตนก็เพิ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ FOX ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศไทย

 อย่างไรก็ตามตอนเช้าวันนี้เป็นการประชุมสหประชาชาติระดับสูง เรื่องความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญเพราะว่าวันจันทร์หน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมเรื่องนี้ด้วย

 หลังจากนั้นจะมีการพบปะกับนักลงทุน ซึ่งโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ที่ลักษณะจะคล้ายนกับภารกิจเมื่อวานนี้ เพียงแต่เป็นอีกกลุ่มที่จะเข้าไปพูดคุยด้วย และนอกจากนี้จะเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และจะได้พูดถึงวิสัยทัศน์ในเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจไทยหลังจากวิกฤติ ซึ่งตนมาว่าจะมีความสนใจทั้งจากนักศึกษา และผู้คนที่เกี่ยวข้อง และช่วงค่ำจะกลับมาพูดคุยกับประชาชนคนไทยที่นี่ซึ่งมีชุมชนที่ใหญ่พอสมควร ทั้งนี้ก็มีภารกิจที่ค่อนข้างหลากหลายก่อนที่จะมีการเปิดประชุมใหญ่ของสหประชาชาติในวันพรุ่งนี้และวันมะรืนนี้

 เมื่อถามว่าดูเหมือนให้ความสนใจกับเรื่องการเมืองของไทย เพราะว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลการเมืองก็คงมีเรื่องของการชุมนุมเคลื่อนไหว ตรงนี้ได้ชี้แจงอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ประการแรกสิ่งที่เราได้แสดงให้เห็นก็คือว่าในขณะที่การเมืองอาจจะยังมีปัญหา อยู่บ้างแต่รัฐบาลมีความชัดเจนในการดำเนินนโยบายในเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ให้เรื่องของการฟื้นเศรษฐกิจได้รับผลกระทบกระเทือน ประการที่สองคือแนวที่รัฐบาลทำโดยยึดหลักของประชาธิปไตย การมีส่วนร่วม และลักษณะของการบริหารบ้านเมืองที่รับฟัง เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น หรือแสดงออกภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญได้ ตนคิดว่าทำให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นกับแนวทางในขณะนี้

 เมื่อถามว่านักลงทุนต่างชาติห่วงการเมืองไทยเรื่องอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็คงไม่อยากเห็นบ้านเมืองเราวุ่นวาย แล้วก็เหมือนกับไม่จบไม่สิ้น ตนคิดว่าความจริงความรู้สึกของเขาก็คงไม่ต่างจากคนไทยส่วนใหญ่ที่อยากจะเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า แล้วก็มองว่าถ้ามันมีเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นผลกระทบมันไม่ได้เกิดขึ้นกับรัฐบาลหรือตนหรือใคร แต่มันเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งประเทศ เพราะว่ากระทบกับความเชื่อมั่น กระทบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กระทบกับรายได้ การมีงานทำของคนนั่นเอง

   ถามว่าเขาเข้าใจความพยายามที่จะฟื้นเศรษฐกิจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจดีแล้วก็ค่อนข้างแสดงความพึงพอใจที่ในช่วงแรกเราสามารถที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจและทำให้เงินเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เร็ว และเมื่อพูดถึงโครงการไทยเข้มแข็งยิ่งเป็นสิ่งที่เขาสนใจกับประเทศไทยอยู่แล้ว ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานค่อนข้างน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนนหนทางเพื่อลดต้นทุนทางโลจิสติก รวมทั้งภาคการเกษตร พอเข้าได้ยินตรงนี้เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น เพราะไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ว่าเราได้พยายามที่จะวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตด้วย

 เมื่อถามว่ามีการนำเสนอมุมมองและจุดยืนในฐานะผู้นำอาเซียนอย่างไร ประธานอาเซียน กล่าวว่า ทั้งในที่ประชุม G20 และ ในหลายโอกาส ทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและเรื่องอื่นๆ เราต้องให้เศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนาได้รับโอกาสมากขึ้นในเวทีระหว่าง ประเทศ

 ถามว่ามีข้อมูลจากนิด้าระบุว่าไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในรอบนี้ช้าที่สุดในเอเชีย นายกฯ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าเราก็ติดตามตัวเลขอยู่ มันก็เป็นเรื่องของการฟื้นตัวที่ขึ้นมาเยอะพอสมควร โดยเฉพาะการคำนวณตัวเลขถ้าเทียบตั้งแต่ไตรมาสที่สองกับไตรมาสแรก อันนี้ก็ต้องดูความลึกในช่วงที่เศรษฐกิจดิ่งลงไปด้วย เพราะว่าเศรษฐกิจหลายตัวติดลบสูงในช่วงแรก ฉะนั้นเมื่อฟื้นตัวมันก็ขึ้นมาในอัตราที่เร็วกว่า แต่ว่าในแง่ของการฟื้นตัวในภูมิภาคในภาพรวมก็เป็นไปในทางเดียวกัน แม่กระทั่งในเรื่องของตลาดหลักทรัพย์ก็เหมือนกัน

 เมื่อถามว่า ADB ประจำประเทศไทยประเมินด้วยว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะหดตัวที่ร้อยละ 3.2 จากที่คาดการไว้ที่ร้อยละ 2 เพราะว่ายังมีการหดตัวสูงในช่วงครึ่งปีแรก นายกฯ กล่าวว่า ที่จริงตัวเลขในส่วนของรัฐบาลก็อยู่ที่ลบ 3 ถึง 3.5 ก็จะสอดคล้องกัน

 เมื่อถามว่าติดตามสถานการณ์ในบ้านเมืองหลังจากเดินทางไปแล้วรู้สึกว่าคลายความ กังวลมากขึ้นหรือไม่หลังจากที่กลุ่มการชุมนุมก็ไม่มีปัญหาอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเหตุการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ทำให้ทุกฝ่ายมีความสบายใจมากขึ้นเพราะทุกคนเสถียรภาพ

 เมื่อถามถึงเรื่องตำแหน่งของผบ.ตร.กลับมาจะมีความชัดเจนเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนเรียนแล้วว่าเราต้องใช้เวลา เพราะตลอดทั้งสัปดาห์ตนอยู่ที่นิวยอร์ค เมื่อถามว่าท่านนายกเป็นห่วงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบและกล่าวขอบคุณและวางสายทันที