ข่าว

รวบแก๊งหลอกขายล็อตเตอรี่ถูกรางวัลสูญกว่า28ล้าน

รวบแก๊งหลอกขายล็อตเตอรี่ถูกรางวัลสูญกว่า28ล้าน

22 ก.ย. 2552

ตำรวจชุมพร ตามรวบแก๊งต้มตุ๋นหลอกขายล็อตเตอรี่-ตกทองชาวบ้านที่ชุมพร อ้างเป็นของลูกจ้างต่างด้าวที่ถูกรางวัล แต่ไม่สามารถนำไปขึ้นเงินรางวัลได้ เผยเคยถูกจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ได้รับการประกันตัวออกไป ท้ายสุดมาก่อเหตุซ้ำอีก

 เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 22 ก.ย.52 พ.ต.อ.ชำนาญ แทนม้วน ผกก.สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร รับรายงานว่า มีแก๊งต้มตุ๋นกลุ่มหนึ่งหลอกขายล็อตเตอรี่และตกทองชาวบ้าน จนได้รับความเสียหายหลายราย หลังได้รับแจ้งจึงวางแผนนำกำลังตำรวจเข้าดำเนินการเข้าจับกุม โดยสั่งให้ชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมและตั้งด่านตรวจค้นบนถนนเพชรเกษม กระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไททัน สีดำ ทะเบียน กค 2758 ชุมพร ขณะขับอยู่หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาท่าแซะ จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ

 จากการตรวจสอบพบนางลัดดา ช่วยศรี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 ม.2 ต.ทุ่งหลวง อ.ละแม จ.ชุมพร เป็นคนขับ ภายในรถมีผู้นั่งโดยสารมาด้วยอีก 3 คน ประกอบด้วย น.ส.สุนันทา เศรษฐนาวา อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 ม.2 ต.ทุ่งหลวง อ.ละแม จ.ชุมพร  น.ส.จินตนา สมใจ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 ม.2 ต.ทุ่งหลวง อ.ละแม จ.ชุมพร และ น.ส.ฑิฆัฆพร โพธิ์รักษ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/351 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตรวจค้นในกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ภายในรถ พบสร้อยคอทองคำปลอมหนัก 1 บาท จำนวน 2 เส้น สร้อยข้อมือทองคำปลอมหนัก 1 บาท จำนวน 2 เส้น สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ส.ค.52  วันที่ 1 ก.ย.52 และวันที่ 16 ก.ย.52 จำนวน 13 คู่ รวม 26 ฉบับ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.ท่าแซะ

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตามผู้เสียหาย 9 ราย คือ นางประจิน แพ่งยัง อายุ 62 ปี นางบุญลือ เวชวรรณ อายุ 62 ปี นางบุญส่ง ช่วยชูหนู อายุ 70 ปี นางบุญให้ วรรณเผือก อายุ 76 ปี นางเบี่ยง กฤษฎากร อายุ 80 ปี นางหญีต สุวิไล อายุ 85 ปี นางสนิท พุทธรักษ์ อายุ 80 ปี นางเฉลียว รัตนพร อายุ 67 ปี และ นางสมร โยธารักษ์ อายุ 61 ปี ที่เคยแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกแก๊งดังกล่าวต้มตุ๋นให้มาดูตัวผู้ต้องหา

 โดยผู้เสียหาย ให้การว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งหมดขับรถยนต์ตระเวนไปที่บ้านของผู้เสียหาย หากพบว่าบ้านใดมีคนแก่อยู่คนเดียว ก็จะเข้าไปตีสนิท แล้วบอกว่ามีลูกจ้างของผู้ต้องหาไปซึ้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วถูกรางวัลที่ 2 หนึ่งคู่ เป็นเงิน 200,000 บาท แต่ไม่สามารถขึ้นเงินรางวัลได้ เพราะเป็นแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่ผู้ต้องหาไม่มีเงิน จึงขอให้ผู้เสียหายรับซื้อไว้ด้วยเงินสดหรือทองคำ แล้วมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่อ้างว่าถูกรางวัลที่ 2 ให้ผู้เสียหายไว้ โดยผู้ต้องหายังนำใบตรวจสลากที่ทำปลอมขึ้นมาให้ตรงกับเลขรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นำมาขายมาให้ผู้เสียหายตรวจดู จนหลงเชื่อว่าถูกรางวัลจริง จึงยอมซื้อหรือให้ทรัพย์สินแก่ผู้ต้องหาไป

 เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า คาดว่าแก๊งต้มตุ๋นกลุ่มนี้คงก่อคดีมาแล้วหลายราย โดยเฉพาะเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุ และนอกจากการหลอกขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังใช้วิธีนำทองคำปลอมที่มีน้ำหนักมากกว่าไปแลกกับทองคำจริงที่มีน้ำหนักน้อยกว่า เหยื่อบางรายถึงกับถูกหลอกขึ้นรถยนต์แล้วปลดทรัพย์สินก่อนนำไปปล่อยทิ้งไว้กลางทาง

 ส่วนความเสียหายคาดว่าคงมีมูลค่าหลายล้านบาท และคนร้ายทั้งหมดนี้เคยก่อคดีมาแล้วในท้องที่ สภ.เมืองชุมพร สาขาย่อยปฐมพร โดยในครั้งนั้นโดนจับกุมที่ ต.บ้านนา และ ต.ถ้ำสิงห์ และได้ดำเนินคดี โดยมีนายทุนและคนมีสีของจังหวัดชุมพรได้มาประกันตัวออกไป ต่อมาได้ก่อคดีซ้ำอีกครั้ง ในครั้งนี้เกิดเหตุคนละพื้นที่ คาดว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกแก๊งนี้หลอกเอาเงินและทรัพย์สินไปไม่น้อยกว่า 28 ล้านบาท