ข่าว

หลานในไส้ฟ้องขับไล่สองตายายชาวบุรีรัมย์

หลานในไส้ฟ้องขับไล่สองตายายชาวบุรีรัมย์

22 ก.ย. 2552

สองตายายวัยเกือบ 70 ไร้ที่อยู่ หลังหลานในไส้ฟ้องขับไล่ที่ดิน -บ้าน ทั้งที่เป็นมรดกพ่อแม่แบ่งให้ด้วยวาจาคนละครึ่ง หลังแม่เสียชีวิต ถูกหลานให้เซ็นมอบอำนาจ อ้างไปทำโฉนด สุดท้ายถูกฟ้องขับไล่บังคับคดีสั่งรื้อ ทำให้สองตายายวัยเกือบ 70 ปีและลูกสาว ไร้ที่อาศัย

 เมื่อเวลา 10.00 น. ( 22 ก.ย.52)  ชาวบ้านค้อ  หมู่ 7 ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ  กว่า 50 คน ได้มาให้กำลังใจนายน้อย  เขื่อนแก้ว  อายุ 69 ปี  นางหวัง  เขื่อนแก้ว  อายุ 66 ปี 2 สามีภรรยา และนางวงเดือน  เขื่อนแก้ว อายุ 32 ปี บุตรสาว ซึ่งเดิมเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินที่อาศัยอยู่ปัจจุบัน 

 แต่หลังจากเจ้าหน้าที่บังคับคดี มาสั่งให้ขนข้าวของและรื้อบ้านเลขที่ 123 หมู่ 7 ออกจากที่ดินเลขที่ 321 ต.โคกสะอาด เนื้อที่ประมาณ 75 ตารางวา   ตามคำสั่งศาล  ซึ่งชาวบ้านได้ร้องขอให้นายพิริยะ  จิตตพิริยะการ  นิติกรบังคับคดี  ได้เจรจากับ น.ส.สี  ประทุมศิริ  ซึ่งเป็นหลานของนายน้อย และนางหวัง  ที่เป็นโจทย์ฟ้องขับไล่  ให้ยืดเวลาการรื้อถอนออกไปเป็นหลังออกพรรษา  หรือประมาณวันที่ 3 - 5 ตุลาคม 2552  เพราะขัดต่อประเพณีชาวบ้านจะไม่รื้อบ้านในช่วงเข้าพรรษา   ทั้งให้เวลานายน้อย และนางหวัง  สองสามีภรรยา หาที่อยู่ใหม่ได้ทัน

 การเจรจาทางฝ่ายโจทย์คือ น.ส.สี ประทุมศิริ  ไม่ยอมให้เลื่อนเวลาออกไป  โดยอ้างว่าได้พ้นกำหนดมาตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมาแล้ว   เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำตาม  เพราะเป็นความต้องการของโจทย์ตามที่ศาลระบุไว้ ชาวบ้านจึงช่วยกันย้ายข้าวของออกจากบ้านหลังดังกล่าวเพื่อทำการรื้อ ท่ามกลางเสียงตำหนิของชาวบ้านว่าหลานในไส้ทำเกินกว่าเหตุ

 นางหวัง   เขื่อนแก้ว  เล่าว่า  บ้านหลังนี้เป็นบ้านของนางน้อย   ที่รัก ซึ่งเป็นมารดาของตน ที่ได้เสียชีวิตไปเมื่อ 10 ปีก่อน โดยก่อนที่นางน้อย จะเสียชีวิตได้เคยแบ่งที่ดินปลูกบ้านให้นางหนม   ประทุมศิริ พี่สาว และพี่เขยประมาณ 75 ตารางวา คนละครึ่งกับบ้านเดิมคือหลังที่ตนอาศัยอยู่ปัจจุบัน โดยใช้เสาไม้มาปักแบ่งเขตแดนเท่านั้น  ต่อมานางหนม  ประทุมศิริ พี่สาวได้เสียชีวิตลง   พี่เขยและหลานคือ น.ส.สี ประทุมศิริ  ได้มาเดินเรื่องขอรังวัดที่ดิน เพื่อทำการออกโฉนด โดยให้ตนเซ็นต์ยินยอมให้ออกโฉนดเป็นแปลงเดียวก่อน แล้วจะมาแบ่งให้ในภายหลัง ต่อมาถึงมาทราบว่าถูกฟ้องไล่ที่ รู้สึกตกใจและเสียใจมาก เพราะเป็นที่ดินที่เคยอาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด และไม่คาดคิดว่าหลานในไส้จะทำได้

 ด้านนายน้อย  เขื่อนแก้ว  สามีนางหวัง  บอกว่า ภรรยามีอาการทางปราสาท และเข้าทำการรักษากินยามาตั้งแต่ปี 2532 การขึ้นศาลแต่ละครั้งมีเพียงนางหวัง คนเดียว ที่เจ้าหน้าที่ยอมให้การ โดยไม่อนุญาตให้คนอื่นที่รู้เห็นเข้าให้การแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวของโจทย์ ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ กล้าขับไล่เพื่อหวังที่ดินเพียง 75 ตารางวา หลังจากถูกขับไล่ออก  ตนคงจะพาภรรยาและลูกสาวไปขออาศัยที่ดินเพื่อนบ้านอยู่ตามยะถากรรมไปก่อนชั่วคราว  เพราะยังไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน