ข่าว

สลด!แม่เครียดภาระอื้อ รัดคอฆ่าลูกสาวออทิสติก!

สลด!แม่เครียดภาระอื้อ รัดคอฆ่าลูกสาวออทิสติก!

13 ก.ย. 2560

สลด! แม่รัดคอลูกสาวออทิสติกวัย 15 เสียชีวิตคาห้องเช่า ก่อนกินยานอนหลับหวังตายตามแต่ไม่ถึงฆาต ตื่นขึ้นมาโทรแจ้งตร. ยอมรับแบกรับภาระไม่ไหวหลังสามีตายไปเมื่อ 3 ปี

          เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 12 กันยายน ร.ต.ท.อุกฤษฏ์ สุธีรพงศ์สิทธิ์ รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุแม่รัดคอลูกสาวเสียชีวิตภายในห้องเช่า จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พบที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนงามวงศ์วานขาออก ตรงข้ามเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ที่บริเวณห้องเช่าชั้น 3 พบ หญิงวัย 52 ปี อาชีพแม่บ้าน นั่งร้องไห้ข้างศพลูกสาว อายุ 15 ปี ในสภาพนอนหงายอยู่บนเตียง สวมเสื้อแขนสั้นสีชมพู กางเกงขายาวสีส้ม บริเวณลำคอมีรอยช้ำและพบยาไดอะซีแพม (Diazepam) สีเหลือง ประมาณ 30 เม็ด หล่นอยู่ที่เตียง โดยบริเวณประตูห้องเช่ามีโซ่ยาวประมาณ 1 เมตรแขวนไว้

          เจ้าหน้าที่่สอบสวน ผู้เป็นแม่ให้การว่า มีอาชีพเป็นแม่บ้านรับจ้างทำความสะอาด มีสามีและมีบุตรสาวคนแรกแต่เป็นเด็กออทิสติกตั้งแต่กำเนิด เคยเข้าศึกษาโรงเรียนในชั้นประถมศึกษาแต่ก็ต้องออกมาเพราะมีอาการผิดปกติ ก่อนเข้ารักษาตัวที่สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ย่านดินแดง เมื่อปี 2549 ก่อนหน้านี้กับสามีก็ช่วยกันเลี้ยงดูลูกสาวกระทั่งสามีเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา จึงต้องเป็นเสาหลักครอบครัวรับภาระมาโดยตลอด จึงมีความเครียดสะสมต้องกินยานอนหลับ 2 เม็ดทุกวัน เพื่อให้นอนหลับจะได้ตื่นเช้าไปทำงานหาเงินจ่ายค่าห้องเช่า ค่ายา ค่ารักษาต่างๆ ขณะไปทำงานต้องใช้โซ่ล็อกห้องไว้ เพราะลูกสาวชอบเปิดประตูออกไปนอกห้องเสมอ

          มารดาผู้เสียชีวิตกล่าวอีกว่า ทนแบกรับภาระไม่ไหว พยายามจะฆ่าลูกสาวมานานแล้ว พยายามหาวิธีที่ทรมานน้อยที่สุด กระทั่งตอนเช้าตรู่วันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ลาออกจากงานแล้วมานอนกับลูกสาวในช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนใช้ผ้าในห้องรัดคอจนเสียชีวิต และนอนอยู่กับลูกสาวจนหลับไป เมื่อตื่นมาจึงไปซื้อเบียร์ 3 ขวดมากินพร้อมยานอนหลับหลายเม็ดหวังฆ่าตัวตายตามลูกสาว แต่ก็อาเจียนออกมาจนหมด ก่อนหมดสติไปและตื่นมาแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

          ร.ต.ท.อุกฤษฏ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่พฐ.เข้าชันสูตรพลิกศพ โดยนำส่ง รพ.ตำรวจ จากการสอบถามมารดาผู้เสียชีวิตให้การยอมรับสารภาพแต่มีอาการมึนเมาสุราและร้องไห้ต้องให้สงบสติอารมณ์ก่อนจากนั้นจะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการต่อไป

          ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมเรียก พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รอง ผกก.สอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว

          พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สำหรับคดีนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากผู้เป็นแม่ว่าลูกสาวเสียชีวิต หลังจากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและจากการสอบถามผู้เป็นแม่จึงทราบว่าได้ผูกคอลูกตั้งแต่เวลา 09.00 วันที่ 11 กันยายน หลังจากลูกเสียชีวิตแล้วจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ พร้อมกับระบายความในใจว่าหลังจากสามีเสียชีวิตไปได้ประมาณ 3 ปี ก็ทำงานเป็นแม่บ้าน มีรายได้ไม่แน่นอน เวลาไปทำงานก็จะทิ้งลูกไว้ที่บ้าน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในห้องยังพบยาไดอะซีแพมอยู่บนโต๊ะและเตียงจำนวนหลายเม็ด และอีก 1 เม็ดตกอยู่บนพื้น

          ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า มารดาผู้เสียชีวิตเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาอาการที่ รพ.ประสาท เพราะป่วยมีอาการทางจิต โดยพบว่ามีบัตรของทางสถาบันประสาทวิทยาออกให้เมื่อปี 2557 สันนิษฐานว่ามีอาการป่วย ซึ่งก็ต้องนำมาวินิจฉัยด้วย และถ้าหายเป็นปกติแล้วก็เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ถ้ามีอาการป่วยโดยไม่รู้ตัวก็จะต้องมีการพิสูจน์ทราบว่ารู้ตัวหรือไม่ขณะทำ อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้ลงความเห็นว่าเป็นผู้ป่วยหรือไม่ และรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีหรือไม่ นอกจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับศาลจะเป็นผู้พิจารณา และหลังจากก่อเหตุแล้ว ผู้เป็นแม่ได้กินยาเพื่อจะฆ่าตัวตายด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่ากินยาไดอะซีแพมไปจำนวนเท่าใด ซึ่งคงต้องรอดูผลจากแพทย์ครั้งหนึ่ง 

          “การกระทำดูแล้วเกิดจากสภาวะความเครียด แต่วิธีการก็ไม่ควรจะใช้วิธีการแบบนี้ มันเป็นความสูญเสีย ทุกคนมีคุณค่า อย่าทำแบบนี้กันเลย เพราะกฎหมายทำแบบนี้ก็มีความผิด ยกเว้นพวกจิตฟั่นเฟือน” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภายในห้องที่เกิดเหตุ พบจดหมายที่ผู้เป็นแม่เขียนทิ้งเอาไว้ มีใจความว่า “ขอความกรุณา ...เป็นอะไรไปขอความเมตตาโทรรถฉุกเฉิน 1669 พระนั่งเกล้า เบอร์ของลูกสาว บ้านราชาวดีหญิง 02-5836731 ช่วยนำส่งเข้าที่ศูนย์ฯ หาก...มีอะไรเกิดขึ้นหรือตายไปแล้วให้โทรบอกแม่ หรือพี่สาว” นอกจากนี้พบบัตรนัดผู้ป่วยวันที่ 18 มกราคม 2561 ที่คลินิกจิตเวช สถาบันประสาทวิทยา