
รวบ "เอกอ้วน" เอเย่นต์ยารายใหญ่
ผบช.ปส. นำกำลังปฏิบัติการ"ชัยยะสยบไพรี" บุกรวบ “เอกอ้วน” สั่งยารายใหญ่ลงใต้ ในบ้านหรูย่านราชพฤกษ์ ค้น 14 จุด กทม.-ตจว. ยึดยาเสพติดได้เพียบ ปืน 44 กระบอก
เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 12 กันยายน พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี 60/6 ผลพวงของความโลภ” เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนา จ.นนทบุรี
จากการตรวจค้นพบรถฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค รถเบนซ์ รุ่นซี 220 ขณะที่ในบ้าน พบตู้เซฟภายในมีเงินสดหลายล้านบาท นาฬิการหรู สินค้าแบรนด์เนม และสมุดบัญชีธนาคาร ที่ปรากฏชื่อนายสุรเชษฐ์ โฮเต็น ตรวจสอบพบว่ามีอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างย่านสุขุมวิท ในบัญชีดังกล่าวมีเงินหมุนเวียน 60 ล้านกว่าบาท
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้อายัดทรัพย์สินที่ตรวจยึด เช่น บ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ 2 คัน เงินสดกว่า 6 ล้านบาท รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ของใช้แบรนด์เนม และนาฬิกาหรู เป็นต้น
สำหรับนายเอกอ้วน ถูกจับเมื่อปี 2547 ในคดียาเสพติด แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องจึงพ้นคดีเมื่อปี 2555 เพราะพยานหลักฐานอ่อน และยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยทำหน้าที่อยู่ตรงกลางระหว่างยาเสพติดกับเงิน ทำหน้าที่สั่งยาจากจังหวัดเชียงราย เอามาพักที่กรุงเทพมหานคร ก่อนส่งยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 10 เดือน เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญเชื่อมโยงหลายพื้นที่และมีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก โดยมีนายเอกอ้วน ทำหน้าที่ประสานงาน และเครือข่ายนี้คาดว่ามีเงินหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานว่า นายเอกอ้วน เป็นผู้รวบรวมออเดอร์ ติดต่อประสานงานในการสั่งยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน มีพัฒนาการในการสั่งยาเสพติด โดยการให้บุคคลที่อยู่ในต่างประเทศมาลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะโทรสั่งยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจำหน่ายตามออเดอร์ โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับกับนายเอกอ้วน โดยนายเอกอ้วนให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน
พล.ต.ท.สมหมาย ระบุว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นการขยายผลจับยาบ้า 1 ล้านเม็ด และไอซ์ 400 กก. กระทั่งทราบว่านายเอกอ้วนเป็นคนสั่งการซื้อยา โดยรับยามาจากภาคเหนือส่งไปยังภาคใต้ ขณะที่ยาอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำมากระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธ แต่ตำรวจไม่กลัวเนื่องจากมั่นใจในพยานหลักฐาน
นอกจากนี้การปฏิบัติการดังกล่าวยังขยายผลไปยังเครือข่ายนายเอกอ้วน รวม 43 จุด แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 14 จุด ภาค 1 จำนวน 20 จุด ภาค 3 จำนวน 4 จุด และภาค 4 อีก 5 จุด
ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ ว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 734 คน 27 เครือข่าย พร้อมของกลางยาบ้า 192,589 เม็ด ไอซ์ 316 กรัม กัญชา 2.8 กก. โคเคน 24 กรัม เคตามีน 5.56 กรัม ยาอี 4.50 กรัม พืชกระท่อม 10 ต้น อาวุธปืน 44 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 316 นัด ยึดทรัพย์สินมูลค่า 12,618,380 บาท
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวด้วยว่า ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้นั้น มาจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดเมื่อปี 2559 แล้วขยายผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ค้าแต่ละเครือข่ายมีความเชื่อมโยงถึงกัน เช่น เส้นทางจากภาคเหนือลงมาพักยาเสพติดที่ภาคกลาง ก่อนลำเลียงลงสู่ภาคใต้
วันเดียวกันที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมแถลงผลการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 1 แสนเม็ด กัญชาหนัก 23.1 กรัม และเงินสด 8 แสนบาท ได้ที่ห้องพักชั้น 4 คอนโดมิเนียมเลียบคลองรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ จับกุม น.ส.ณัฐชานันท์ พงษ์ศิริวัฒน์ อายุ 30 ปี พร้อมยาบ้า 1.9 แสนเม็ด ได้ที่ด่านปูแกง จ.เชียงราย ก่อนซัดทอดว่ามีผู้ร่วมขบวนการคือ น.ส.สุกัญญา นราปุย อายุ 29 ปี จึงได้สกัดจับและตรวจยึดยาบ้าอีก 8.6 หมื่น ไอซ์หนัก 13 กิโลกรัม และกัญชา 28.82 กรัม ที่ด่านห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่
จากการสอบสวน น.ส.สุกัญญา ให้การว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของน.ส.เกศยา เทพหมอยา อายุ 30 ปี ผู้ว่าจ้างให้นำมาส่งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยตกลงค่าจ้างเป็นเงิน 2 หมื่นบาท จ่ายล่วงหน้าให้แล้ว 1 หมื่นบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมน.ส.เกศยา เทพหมอยา อายุ 30 ปี นางลาวัลย์ เทพหมอยา อายุ 54 ปี และนายภูวนาท ภูวฐิตานนท์ อายุ 52 ปี ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย
ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.เกศยา เป็นผู้ประสานและรับยามาจากชนเผ่าอาข่า จัดหารถและคนขับให้นำยาไปส่งตามที่ต่างๆ โดยน.ส.ณัฐชานันท์และน.ส.สุกัญญา รับว่าทำมาแล้วกว่า 5 ครั้ง ขณะที่น.ส.เกศยา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่า น.ส.ณัฐชานันท์และน.ส.สุกัญญา มาเช่ารถตนไปขับ แต่ไม่ทราบว่าจะนำไปขนยาเสพติด
จากนั้น พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร สว.กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ได้ประสานข้อมูลไปยัง พ.ต.ท.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รองผกก.สส.บก.น.1 ให้หาที่อยู่ของน.ส.เกศยา ซึ่งคาดว่าจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่อีกเนื่องจากมีพฤติกรรมชอบมั่วสุม และจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี กระทั่งทราบว่าพักอยู่ห้องพักชั้น 4 คอนโดใน จ.ปทุมธานี ซึ่ง น.ส.เกศยา เช่าไว้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2559 จนพบยาเสพติดเป็นจำนวนมาก



