
พายุฝน-ลูกเห็บกระหน่ำกรุงร่วม3ชม.รถติดหนัก
ผู้ว่าอุบลฯ เผยสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดอุบลฯ เร่งประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 23 อำเภอ เร่งระดมให้การช่วยเหลือ สั่ง ปภ.ติดตามสถานการณ์ ชี้ปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 22 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเขตพื้นที่อุดมสุข บางนา พระโขนง และประเวศ ได้มีพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก โดยมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บขนาดเท่าหัวแม่มือร่วงหล่นลงมาจำนวนมาก ซึ่งพายุลูกเห็บตกลงมานานกว่า 10 นาที
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พายุฝนลมแรงและลูกเห็บตกดังกล่าวได้ตกลงอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานานร่วม 3 ชั่วโมง เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนศรีนครินทร์ตั้งแต่บริเวณโรงแรมโนโวเทลยาวไปเกือบถึงห้างเสรีเซ็นเตอร์ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เกิดน้ำท่วมขัง ทำให้รถที่สัญจรไปมาเดินทางได้ลำบาก เป็นเหตุให้การจราจรติดขัด ขณะเดียวกันมีรายงานว่าบริเวณปากซอยอุดมสุข 58 มีต้นไม้หักโค่นกีดขวางการจราจร เนื่องจากลมกระโชกแรง ส่งผลให้การจราจรติดขัดเช่นกัน
ผู้ว่าฯอุบลประกาศพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม 23 อำเภอ
นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการ จ.อุบลฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบภัย 14 ตำบล 40 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 2,963 ครัวเรือน 8,872 คน พื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบและเดือดร้อนเป็นจำนวนมากอยู่ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ น้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 400 ราย และในปีนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำมูลสูงขึ้นเร็วกว่าปีที่แล้ว ประมาณ 1 เดือน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากพายุโซนร้อนชื่อ “มูจิเก” ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปีนี้ เริ่มก่อตัวที่ทะเลจีนใต้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน มีศูนย์กลางพายุที่เกาะไหหลำ พายุมูจิเก มีผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน ทำให้ฝนตก มากขึ้น และทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่หลายจังหวัด รวมทั้งอุบลราชธานี มีฝนตกทุกพื้นที่ อีกพายุหนึ่งคือ พายุโซนร้อน “คอปปุ” ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนไดทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุใต้ฝุ่นและจะอ่อนกำลังลงในช่วงวันที่ 17-20 กันยายน และได้กลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ มีผลทำให้ทั่วทุกภาคของไทยมีฝนตกซุก และมีฝนตกหนักบางแห่ง รวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดอุบลราชธานี จาก 2 ปัจจัยดังกล่าวนี้ ทำให้ระดับน้ำมูลสูงขึ้น ณ วันนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำมูล วัดได้ที่สะพานเสรีประชาธิปไตย หรือ M7 ระดับน้ำในแม่น้ำมูลอยู่ที่ 111.98 เมตร( 21 ก.ย. 52)
นายชวน กล่าวอีกว่า สำหรับความเสียหาย จังหวัดอุบลราชธานีประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 23 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี, ตระการพืชผล, โพธิ์ไทร, ตาลสุม, น้ำยืน, ทุ่งศรีอุดม,สำโรง, นาจะหลวย, จาตาล, ศรีเมืองใหม่, เดชอุดม, เขมราฐ วารินชำราบ, กุดข้าวปุ้น, โขงเจียม. ม่วงสามสิบ, ดอนมดแดง, นาเยีย, นาเยีย, น้ำขุ่น, พิบูลมังสาหาร, สิรินธร, เหล่าเสือโก้ก และอำเภอสว่างวีระวงศ์ และในภาพรวม จังหวัดอุบลราชธานี มีราษฎรได้รับผลกระทบ 118 ตำบล 2 เทศบาล 886 หมู่บ้าน 34,753 ครัวเรือน 141,749 คน ราษฎรอพยพจำนวน 124 ครัวเรือน 435 คน ส่วนความเสียหายเบื้องต้น ถนน 236 สาย สะพาน 7 แห่ง ท่อระบายน้ำ 33 แห่ง ฝาย 4 แห่ง บ่อปลา 36 บ่อ พื้นที่การเกษตร 23,617 ไร่ ผลกระทบและการให้ความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ จำนวนสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 12,351 ตัว การให้ความช่วยเหลือจำนวน 3,091 ตัว พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ น้ำท่วมถนนและบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูลและที่ลุ่มหลายแห่งในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ
สำหรับการให้ความช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบปัญหาอุทกภัยนั้น เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 ท่านอภัย จันทรจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้กรุณาเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย โดยมอบถุงพระราชทานจำนวน 400 ถุง ให้แก่ราษฎร ผู้ได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ณ ศาลาประชาวาริน อำเภอวารินชำราบ และในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2552 นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะ ได้เดินทางมามอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ราษฎรผู้ประสบปัญหาอุทกภัย ในเขตเทศบาลนครจำนวน 600 ครอบครัว และมอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ราษฎรผู้ประปัญหาอุทกภัย ที่ศาลาประชาวาริน เทศบาลเมืองวารินชำราบ จำนวน 400 ชุดและในนามของพสกนิกร อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่มีต่อพสกนิกรชาวอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ และเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้ให้การชวยเหลือเบื้องต้น โดยการติดตั้งเต็นท์ที่พักชั่วคราว 25 หลัง ถังน้ำอุปโภค-บริโภค 11 ถัง และห้องสุขา 8 ห้อง พร้อมทั้งได้นำเรือท้องแบนไปให้ผู้ประสบภัยใช้ในการสัญจรไปมาตามชุมชน จำนวน 10 ลำ มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจำนวน 304 ชุด เทศบาลเมืองวารินชำราบ ได้อพยพประชาชนไปยังจุดรองรับผุ้อพยพข้างสำนักงานที่ดินสาขาวารินชำราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านอิสระ สมชัย มอบถุงยังชีพ จำนน 100 ชุด ให้กับ ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ
นายชวน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มสถานการณ์อุทกภัยนั้นในช่วงวันที่ 20-21 กันยายน 2552 มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศ มีฝนเพิ่มมากขึ้น ลีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ต่อจากนั้นในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2552 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้จะเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีปริมาณฝนตกทางตอนบนของลุ่มน้ำเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้น้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ระดับน้ำแม่น้ำมูลที่สถานี M7 ใต้สะพานเสรีประชาธิปไตย มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการฯ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 13 อุบลราชธานี ได้เฝ้าระวังภัยอันตรายและให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง



