ข่าว

พธม.อุดรธานีตั้ง3ประเด็นแจงความจริงที่บ้านภูมิซรอล

พธม.อุดรธานีตั้ง3ประเด็นแจงความจริงที่บ้านภูมิซรอล

22 ก.ย. 2552

แกนนำกลุ่ม พธม.อุดรธานี แถลงข่าวสื่อมวลชนถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่บ้านภูมิซรอล เมื่อวันที 19 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมเตรียมเปิดสถานีวิทยุ พธม. และสาขาพรรคการเมืองใหม่ ในวันที่ 27 กันยายน โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หน.พรรคฯ พร้อมแกนนำ พธม.จำนวนมาก จะมาเปิดส

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 กันยายน 2552 ที่บ้านของนายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ แกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย บ้านเลขที่ 41/1 ถ.โพนพิสัย เทศบาลนครอุดรธานี ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีที่มีข่าวแกนนำกลุ่ม พธม.ได้ปะทะกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขต อ.กันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ , ทหาร และผู้ว่าราชการ จ.ศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่จะไปชุมนุมเรียกร้องทวงคืนเขาพระวิหาร เมื่อวันที่ 19กันยายน ที่ผ่านมา

 นายเจริญ อ่านแถลงการณ์ที่ระบุว่า ความจริงที่บ้านภูมิซรอล ด้วยตามที่โครงการ “รวมใจคนไทยทวงคืนเขาพระวิหาร” ได้ทำการรณรงค์ในระหว่างวันที่ 10 - 19 กันยายน 2552 เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้มีความรู้สึกหวงแหนผืนแผ่นดินไทย บริเวณโดยรอบประสาทพระวิหาร ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เนื้อที่ประมาณ 4.6 ตร.กม.(ประมาณ 3,000 ไร่) ซึ่งเป็นพื้นที่ของประเทศไทย แต่ถูกชาวกัมพูชาและกองกำลังทหารยึดครองอยู่ในขณะนี้ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่อนุญาตให้คนไทยขึ้นไปบนพื้นที่ดังกล่าวนั้น

 บัดนี้ การรณรงค์ฯดังกล่าว ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ปรากฏว่า สื่อมวลชนได้เสนอข่าวเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านภูมิซรอลกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งทางคณะกรรมการโครงการฯเห็นว่ายังมีความคลาดเคลื่อนของการเสนอข่าวในหลายประเด็น ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงได้มอบหมายให้นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ ผู้ประสานงานโครงการฯ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้โดยตลอดเป็นผู้ทำการแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนในวันนี้ โดยประเด็นที่ 1 มวลชนที่ร่วมขบวนคือประชาชนชาวไทยจากทั่วประเทศโดยมีมวลชนที่เป็นทั้งพันธมิตรฯและไม่ใช่พันธมิตรฯ ประเด็นที่ 2 ขบวนรถถูกโจมตีทันทีที่เคลื่อนออกหลังจากด่านตำรวจยอมเปิดทางที่หน้าโรงเรียนบ้านภูมิซรอลโดยกลุ่มคนประมาณ 30-40 คนที่อยู่ภายในรั้วของโรงเรียนได้ขว้างปาก้อนหิน ท่อนไม้ ขวดน้ำ และมีเสียงปืนดังขึ้นตลอดเวลา โดยมีผู้ใช้เครื่องเสียงอยู่ในนั้นพูดปลุกระดมตลอดเวลาและกลุ่มคนเหล่านั้นได้มีการวิ่งกรูเข้ามาหาขบวนรถพร้อมอาวุธมีด ดาบ และท่อนไม้ในมือ ทำให้คนในขบวนต้องป้องกันตัวเองโดยมีรถเครื่องเสียงได้ประกาศให้ทุกคนอย่าได้เข้าปะทะเป็นอันขาด แต่ให้รวมตัวกันให้มากเพื่อเป็นการข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามให้ล่าถอยเข้าไปในโรงเรียน

 สถานการณ์เป็นอยู่แบบนี้เป็นระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงรถเครื่องเสียงนำขบวนจึงสามารถผ่านหน้าโรงเรียนไปปักหลักอยู่เลยไปจากหน้าโรงเรียนประมาณ 50 เมตรเพื่อรอให้ขบวนรถของทุกคนสามารถผ่านไปได้ทั้งหมด แต่ก็ถูกกลุ่มคนภายในโรงเรียนขว้างปาอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน รถยนต์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก มีคนของฝ่ายตรงกันข้ามถูกจับกุมตัวได้ 1 คน ขณะที่วิ่งเข้ามาทำร้ายคนในขบวนโดยมีอาวุธดาบอีโต้อยู่ในมือ ซึ่งจากการพูดคุยปรากฏว่าชายผู้นี้พูดได้แต่ภาษาเขมร หลังจากที่เวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสามารถคุ้มกันขบวนรถทั้งหมดผ่านไปได้ แต่ชุดคุ้มครองยังคงปักหลักป้องกันอยู่ที่เดิมเนื่องจากมีการซุ่มโจมตีตามแนวชายป่าด้านข้างอยู่ตลอดเวลา

 และประเด็นที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมโล่อยู่ภายในบริเวณโรงเรียนมีประมาณ 200 คน ในช่วงแรกที่ขบวนรถถูกโจมตีก็ได้มีการพยายามเข้าระงับเหตุอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เข้ามาทั้งหมด มีบางส่วนยืนดูอยู่ด้านข้าง แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจก็ล่าถอยไปยืนดูอยู่ด้านข้างทั้งหมดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปล่อยให้กลุ่มคนเหล่านั้นเข้าโจมตีขบวนรถโดยสะดวก รถเครื่องเสียงได้พยายามพูดกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำหน้าที่แต่ก็ไม่เป็นผล 

 เหตุการณ์หลังจากนั้น เมื่อการเจรจาระหว่างตัวแทนของพี่น้องประชาชนกับทางฝ่ายทหารบรรลุผล การคุ้มกันการเดินทางกลับของพี่น้องโดยตำรวจและทหารจึงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผิดกันอย่างสิ้นเชิงกับตอนขามา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำงานตามหน้าที่อย่างเต็มที่ จะสามารถป้องกันเหตุร้ายได้ ลงชื่อ คณะกรรมการโครงการรวมใจคนไทยทวงคืนเขาพระวิหาร

 จากนั้นนายเจริญ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางกลุ่ม พธม.อุดรธานี ได้เตรียมเปิดสถานีวิทยุอุดรธานี เพื่อประชาธิปไตย 103.0 เมกกะเฮิร์ต ที่จะเป็นสถานีวิทยุของกลุ่ม พธม.อุดรธานี โดยตั้งสถานีที่ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี และจะเปิดสถานีอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 กันยายน 2552 และในวันนั้นจะมีการเปิดสาขาพรรคการเมืองใหม่ สาขา จ.อุดรธานี ที่ 136/39 ถ.ศรีสุข เทศบาลนครอุดรธานี โดยจะมีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ นายวีระ สมความคิด และแกนนำ พธม.จำนวนมาก มาร่วมในพิธีเปิดทั้งสถานีวิทยุ และสาขาพรรคฯ

 “โดยในวันนั้นได้เตรียมการรักษาความปลอดภัย โดยจะมีการ์ดของ  พธม.มารักษาความปลอดภัยภายในงาน เพราะว่าในวันนั้นจะมีทั้งแกนนำ พธม.และ พธม.จากทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมงาน จากนั้นในช่วงบ่าย เราจะจักประชุมหารือกับ พธม.ทั่วประเทศที่เดินทางมา ถึงเรื่องการก่อตั้ง “สหพันธ์พันธมิตรแห่งประเทศไทย” เพื่อหาแนวทาง งระเบียบต่างๆ ออกมา ซึ่งในวันนั้นน่าจะได้ข้อสรุปว่า จะออกมาในรูปแบบใด “

แนะทางออก“พระวิหาร”ฟื้นคำตัดสินศาลโลกใหม่

 ผศ.ประดิษฐ์ ศิลาบุตร นักวิชาการ ศูนย์ศรีสะเกษศึกษา ม.ราชภัฎศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าประชาชนที่ขึ้นไปทวงคืนเขาพระวิหารและฝ่ายที่ต่อต้านเป็นคนไทยที่รักชาติเหมือนกัน แต่มีมุมมองในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการพูดคุยปรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จึงจะหาทางออกของปัญหานี้ได้ แต่หากยังมองต่างมุม ยึดติดกับศักดิ์ศรี หรือมาดูถูกเรื่องระดับการศึกษากันอยู่ปัญหาก็จะไม่ถูกคลี่คลายได้เลย

 ผศ.ประดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทางออกขณะนี้ทุกฝ่ายต้องเคารพคำตัดสินของศาลโลก เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2505 ที่ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในเขตอธิปไตยของกัมพูชา ซึ่งเป็นผลมาจากที่ผู้นำรัฐบาลไทยขณะนั้นเป็นเผด็จการ ที่มีความอ่อนไหวต่อเสียงคัดค้านของประชาคมโลก จึงยินยอมให้นำเรื่องปราสาทพระวิหารขึ้นสู่การพิพากษาของศาลโลก หากเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่ฟังความเห็นประชาชน อาจไม่ต้องขึ้นศาลโลกและไทยอาจจะไม่สูญเสียปราสาทพระวิหารอย่างนี้ ”

 “ ผมเสนอว่าปัญหาเขาพระวิหารต้องกับไปพึ่งคนกลาง นั่นคือศาลโลก โดยขอคำยืนยันคำตัดสินจากศาลโลกเมื่อ 15 มิ.ย. 2505 อีกครั้งว่า แท้จริงแล้วอธิปไตยของกัมพูชาอยู่เหนือปราสาทพระวิหารแค่เพียง 150 ไร่เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ทั้งสองประเทศไม่ต้องกลัวว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะขายหน้า หรือถูกประชาชนตำหนิว่าขายชาติ แนวทางนี้จะเป็นบันไดลงให้สองประเทศได้ดีที่สุด ”

 ผศ.ประดิษฐ์ กล่าวต่อว่า อยากรู้เหมือนกันว่าศาลโลกจะกล้ากลับคำตัดสินแบบตุลาการภิวัฒน์หรือไม่ เพราะกว่าศาลโลกจะตัดสิน ต้องไต่สวนถึง 72 ครั้ง น่าจะรับประกันความยุติธรรม และเป็นทางออกที่ดีที่สุดได้  การแก้ปัญหาเขาพระวิหารต้องแก้ด้วยการเจรจา อาจใช้เวลานานก็ต้องยอม เพราะการเข้าไปเกี่ยวข้อง จุ้นจ้านแบบอึกทึกคึกโครมของกลุ่มพลังจากทั้งสองประเทศ ทำให้รัฐบาลทั้งสองประเทศเกิดท่าทีไม่ดีต่อกัน เพราะกลัวประชาชนจะประณามเอา และห่วงเสียคะแนนเสียงการเลือกตั้งสมัยต่อไป และกลัวถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติ ดังนั้นการใช้คนหมู่มากมาสร้างกระแสเป็นระยะ ๆ จึงไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาที่ดีเลย และที่สำคัญต้องไม่นำเรื่อง.การเมืองมาเกี่ยวข้องด้วยอย่างเด็ดขาด

 หากจะรื้อฟื้นอนุสัญญาโตเกียวที่ยกเลิกไปเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2489 โดยผู้ลงนามยกเลิก คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์และ นายควง อภัยวงศ์ หลังจากนั้นฝ่ายการเมืองทั้งสองประเทศก็นำเรื่องนี้มาหาเสียงกันตลอดโดยเฉพาะช่วงมีการเลือกตั้ง

 เพราะผลประโยชน์ร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องทั้งสองประเทศ จึงมีการรื้อถอนรั้วลวดหนามมาจากกลางบันไดนาค ที่เป็นไปตามคำตัดสินของศาลโลกลงมาข้างล่างที่ตีนบันไดนาค การสร้างรั้วลวดหนามลึกเข้ามาในฝั่งไทยเพื่อเก็บเงินผู้เข้าชม รวมทั้งการสร้างร้านค้าให้ประชาชนกัมพูชามาขายของ สร้างวัด สร้างถนนขึ้นเขารุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย เกิดขึ้นเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋ากลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มบางพวก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ล้วนไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาลทุกสมัย จึงมักพูดปกปิดความเป็นจริงมาโดยตลอด ทำให้ปัญหาเขาพระวิหารไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดและมีปัญหายืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน