ข่าว

คุ้มครองสิทธิฯชูโรดแมป 2 ปี ยุติธรรมที่เท่าเทียม

คุ้มครองสิทธิฯชูโรดแมป 2 ปี ยุติธรรมที่เท่าเทียม

11 ก.ย. 2560

ก.คุ้มครองสิทธิ เดินหน้าผลักดันโรดแมปคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ก่อนประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เน้นสร้างความยุติธรรมเท่าเทียมเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

 


          11 ก.ย.60 - น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยถึงโรดแมปการดำเนินงานวาระแห่งชาติ ใน 2 ปีข้างหน้าว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง โดยมีการส่งเสริมนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดการละเมิดปัญหาสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานกดขี่ผิดกฎหมาย การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ สำหรับโรดแมปวาระแห่งชาติว่าด้วยการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะร่วมมือกันยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น กระทรวงคมนาคมซึ่งอาจไม่เคยทราบว่างานคมนาคมเกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนอย่างไร หลังประกาศวาระแห่งชาติกระทรวงคมนาคมในฐานะดูแลเส้นทางคมนาคมทั่วประเทศจะต้องเข้ามาจัดรูปแบบการคมนาคมเพื่อให้เกิดความเท่าทียมกัน แม้แต่คนพิการก็ต้องสามารถเข้าถึงบริการด้านคมนาคมอย่างเท่าเทียม กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้มก็ต้องเข้ามาปรับปรุงพื้นที่ให้คนอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลโดยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือสร้างมลภาวะ 
          น.ส.ปิติกาญจน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีภารกิจชัดเจน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้สร้างความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม โดยกระทรวงยุติธรรมมีกองทุนยุติธรรมสำหรับช่วยเหลือผู้ต้องหาและจำเลย เพื่อช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว ซึ่งการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะผิดหรือถูกก็ต้องไปพิสูจน์กันในศาล โดยบุคลากรและกระบวนการยุติธรรมจะต้องให้ความเป็นธรรมได้อย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติที่ความจนหรือความรวย

          "ในต่างประเทศกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ เพราะทุกคนยอมรับว่าเมื่อมีคดีก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผิดก็รับผิดไปแบบแมนๆ ไม่ใช่ให้กฎหมายยกเว้นโทษให้กับคนใดคนหนึ่ง ปัจจุบันแม้แต่ระดับรัฐมนตรีทำผิดก็ติดคุก นี่คือรากฐานของความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ที่ต้องปลูกฝังให้กับทุกคน" อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าว

          สำหรับวาระแห่งชาติ 4+3+2+1 = กุญแจสู่สังคมสันติสุข หมายถึง 4 คือ การสร้างความตระหนัก จิตสำนึก สิทธิ หน้าที่ และการเคารพสิทธิผู้อื่น 3 คือการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลแสดงผลงานและสถานการณ์การละเมิดสิทธิ์เป็นรูปธรรม 2 ขับเคลื่อนองค์กรหรือจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน และ 1 คือ ลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละปี อย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ การประกาศวาระแห่งชาติจะส่งผลให้การคุ้มครองสิทธิ์ของไทยก้าวหน้าทัดเทียมสากล ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และในระดับสังคมจะทำให้สถานการณ์การละเมิดสิทธิ์ลดลง สำหรับกรอบการดำเนินงานด้านการอำนวยความยุติธรรม กรณีการสอบสวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภายในปี 2563 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีแผนจัดทำสถิติข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทรมานและบังคับให้บุคคลสูญหาย ให้แล้วเสร็จ และจะพัฒนาระบบสารสนเทอาชญกรรมตำรวจ เพื่อให้หน่วยงานอื่นที่มีอำนาจสืบสวนสอบสวนสามารถบันทึกและเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางได้ ในส่วนของอัยการจะต้องเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพ ยื่นคำร้องขอไต่สวนต่อศาลและร่วมทำสำนวนการสอบสวนกรณีต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการทบทวนโทษประหาร
          ในส่วนของสถิติข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในปี 2559 พบว่า มีทั้งหมด 800 เรื่อง แบ่งเป็นข้อร้องเรียนถึงการละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม 208 เรื่อง คิดเป็น 26 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาเป็นเรื่องสิทธิพลเมืองเกี่ยวกับสถานะบุคคล จำนวน 87 เรื่อง คิดเป็น 10.88 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐไม่มีกลไกประสานงานเป็นรูปธรรมทำให้การดำเนินงานไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แม้จะมีการประกาศใช้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วก็ตาม.