ข่าว

ส.อ.ท.มั่นใจอุตฯครึ่งหลังโต เร่งรัฐเบิกจ่ายงบ1.9แสนล.

ส.อ.ท.มั่นใจอุตฯครึ่งหลังโต เร่งรัฐเบิกจ่ายงบ1.9แสนล.

09 ก.ย. 2560

ส.อ.ท.มั่นใจอุตฯครึ่งหลังโต เร่งรัฐเบิกจ่ายงบ1.9แสนล.

               นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ว่า จะสามารถขยายตัวได้ตามภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนภาคการบริโภคคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการฟื้นตัวของรายได้ภาคเกษตร โดยการผลิตสินค้าเกษตรในช่วงที่เหลือของปีน่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากสภาพอากาศและปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย

            นอกจากนี้ การขยายตัวของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ จากการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2560 (งบกลางปี) วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะสนับสนุนให้เกิดอุปสงค์ต่อเนื่องมายังสินค้าอุตสาหกรรม

            “แม้ว่าในครึ่งปีหลังภาวะเศรษฐกิจจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่จะต้องระมัดระวังในเรื่องของต้นทุนการผลิต เนื่องมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากเกินไป ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด โดยในภาคอุตสาหกรรม ต้นทุนการผลิตถือเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง รวมทั้งควรจะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐจำนวน 1.9 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนขยับตัวตามไปด้วย” ประธานส.อ.ท. เผย

            ด้านนายบวร วงศ์สินอุดม รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า จากการสำรวจความเห็นของกลุ่มอุตสาหกรรมส.อ.ท.พบว่า สมาชิกให้ความสนใจโครงการอีอีซีและคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย 

          อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะช่วยเสริมให้โครงการอีอีซีประสบความสำเร็จและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้นั้น ต้องประกอบด้วย 1. เร่งรัดการดำเนินงานออกกฏหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของพ.ร.บ.อีอีซี และกฏหมายลูกเพื่อให้เกิดการดำเนินงานตามแผนต่างๆ และให้เกิดความชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน 2.การประชาสัมพันธ์โครงการต่อเนื่องทั้งระดับประเทศและเชิงพื้นที่ 3. การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ

             อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการอีอีซีจะได้รับการผลักดันอย่างเต็มที่จากรัฐบาลแต่ประเมินว่าน่าจะขับเคลื่อนได้เร็วกว่านี้ หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จก็จะสามารถนำแนวความคิดและรูปแบบการพัฒนานี้ไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคให้เข้มแข็งในระยะยาว

           ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ส.อ.ท. ได้ร่วมเสนอแนะแนวทางพัฒนารวมถึงยังได้สร้างความร่วมมือทางธุรกิจ เช่น ส.อ.ท.ได้ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) โดยลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมมือหาแนวทางจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไฮเทค รองรับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

            ส่วนในกลุ่มผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ไทยมีแผนจะขยายกิจการในอีอีซี เช่น บ.ออโธพีเซีย จำกัด ที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์ตามกระดูก และบริษัทโพสเฮลท์แคร์ จำกัดที่ผลิตน้ำยาและระบบฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่จะนำร่องลงทุนในจ.ฉะเชิงเทรา เป็นต้น