
4 ผู้ต้องหาคาร์บอมบ์ให้การเป็นประโยชน์ !!
‘ศรีวราห์’ เผย 4 ผู้ต้องหาปล้นเต็นท์รถนาทวีก่อนคาร์บอมบ์ให้การเป็นประโยชน์ - เร่งพิสูจน์ดีเอ็นเอที่เกิดเหตุ 21 ตัวอย่างเปรียบเทียบ
8 ก.ย. 60 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (บช.ภ.9) จ.สงขลา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 และทีมสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง เดินทางโดยเครื่องบินคาซ่า กองบินตำรวจ ไปยังสนามบินกองบิน 56 อ.หาดใหญ่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ ปล้นรถจากเต็นท์รถมือ 2 อ.นาทวี จ.สงขลา ก่อนนำไปก่อเหตุคาร์บอมบ์ เจ้าหน้าที่สกัดจับวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย และคนร้ายจอดรถทิ้ง 2 คัน เป็นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ในพื้นที่ต่อเนื่อง จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศาลได้อนุมัติออกหมายจับคนร้ายในคดีนี้ไปแล้วจำนวน 6 คน ในจำนวนนี้เข้ามอบตัวแล้ว 1 คน คือ นายอัสนันท์ สาอิ อายุ 36 ปี ที่เหลือ 5 คน อยู่ระหว่างติดตามตัว และวันนี้พนักงานสอบสวน สภ.นาทวี ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับคนร้ายในคดีนี้เพิ่มเติมอีก 8 ราย ในจำนวนนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้แล้ว 4 ราย ซึ่งตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และประจักษ์พยาน สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับรอบที่สองในวันนี้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกฝ่ายทหารเชิญตัวไปซักถามก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดนั้นให้การในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ศาลจังหวัดนาทวีอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 8 ราย ประกอบด้วย นายภานุมาศน์ หลีเส็น อายุ 37 ปี , นายมะรอยี ราแดง อายุ 29 ปี , นายไซฟุดดิน หะยีปูเต๊ะ อายุ 29 ปี , นายหมะดาโหะ เสมสัน อายุ 40 ปี , นายอับดุลย์ สอเหร็ม อายุ 27 ปี , นายฮารียะ การี อายุ 26 ปี , นายอับดุลมานัส เจะเลาะ อายุ 45 ปี และนายเจะอาจง บาเฮง อายุ 37 ปี ทั้งนี้ จับกุมได้ 4 คน ประกอบด้วย นายภาณุมาศน์ , นายฮารียะ , นายรอยี และนายอับดุลมานัส โดยวันนี้ขณะที่ทหารส่งมอบตัวให้กับตำรวจ มีแพทย์ ทนาย และอิหม่าม ร่วมตรวจร่างกาย - รับมอบตัว
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ไม่เคยมีหมายจับติดตัวมาก่อน ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลยังคงเร่งพิสูจน์ดีเอ็นเอที่เก็บได้ตามสถานที่เกิดเหตุต่างๆ จำนวน 21 ตัวอย่าง ที่ยังไม่สามารถเทียบเคียงได้ โดยเรื่องนี้ต้องขยายผลให้ถึงที่สุด ฝากถึงตำรวจทุกหน่วยเร่งรัดติดตาม เพราะสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นระดับปฏิบัติการ ก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาเบาะแสตัวผู้สั่งการว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มใดบ้าง ซึ่งยังมีผู้เกี่ยวข้องในการก่อเหตุอีก อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อมูลการสืบสวนพบว่านายภานุมาศน์มีหน้าที่ร่วมประชุมกับนายมะรอยีและนายซารีซันอัมรี ดือราแม ผู้ต้องหาที่ศาลอนุมัติหมายจับก่อนหน้านี้ ร่วมประชุมกัน 3 คน เพื่อวางแผนปล้น และนายภานุมาศน์นำทางปล้นรถ นายมะรอยีรับมอบอาวุธปืนไปส่งต่อ โดยทั้งคู่ร่วมกันสำรวจเส้นทาง โดยยังพบว่าก่อนเกิดเหตุหนึ่งสัปดาห์ นายอับดุลย์เรียกนายมะรอยีไปสำรวจเส้นทางที่รับอาวุธปืนและเสื้อเกราะไปซ่อน และเมื่อเวลา 06.58 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม กล้องวงจรปิดที่สี่แยกลำไพล จ.ยะลา จับภาพรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ พบว่านายภานุมาศน์ทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์นำ โดยมีนายหมะดาโหะขับรถยนต์ตาม มีนายไซฟุดดินนั่งข้างคนขับ
ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุหลังจากปล้นรถยนต์จากเต็นท์รถมือสองแล้วพบว่า นายฮารียะกับนายมะรอยีไปรับอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก และเสื้อเกราะ 2 ตัว จากสนามฟุตบอลติดกับสนามแข่งขันรถและไปซ่อนไว้ในท่อห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร โดยกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ขณะที่นายอับดุลมานัสร่วมกับนายเจะอาจงขนย้ายตะกร้าสีเหลือง ซึ่งขนย้ายออกจากรถยนต์มาสด้ามาเก็บไว้ที่ขนำบนเขา ขนย้ายจากชั้นล่างไปซุกไว้ชั้นบนเพื่อปกปิดหลักฐาน โดยนายเจะอารงได้นำมะพร้าวที่ปอกแล้วไปด้วย นายอับดุลมานัสทำหน้าที่เป็นผู้ส่งน้ำส่งข้าวให้กับคนร้ายที่อยู่บนเขาก่อนทำการปล้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาในฐาน “ร่วมกันก่อการร้าย , เป็นอั้งยี้หรือซ่องโจรเพื่อก่อการร้าย , ร่วมกันมีวัตถุระเบิดและร่วมกันขนย้ายวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันปล้นทรัพย์ , ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อน , ร่วมกันกังขังหน่วงเหนี่ยว , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” รวมกว่า 10 ข้อหา



