
ชง !!! ตั้งองค์กรพิเศษทวงเงินคืนรัฐ
"มัลลิกา"ชงตั้งองค์กรพิเศษทวงเงินคืนรัฐตามคำพิพากษาศาล เตรียมเอาผิดอดีตรมต.-ปลัดกระทรวงละเว้นปฏิบัติหน้าที่
7 ก.ย. 60 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายคดีที่ถึงที่สุดโดยมีคำสั่งหรือคำพิพากษาศาล หรือท้ายคำพิพากษาในคดีต่าง ๆ ที่สร้างความเสียหาย ให้แก่รัฐหรือประเทศ ซึ่งตนจะติดตามทวงเงินค่าความเสียหายเหล่านี้แก่รัฐเป็นซีรีย์ โดยคดีแรกคือกรณีเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 53 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายึดทรัพย์มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน จากคดีร่ำรวยผิดปกติของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยทรัพย์จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทนี้ ในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีจนายกฯ ก็ได้ดำเนินการยึดเงินคืนมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนมูลค่าความเสียหายอีกจำนวนกว่า 7.6 หมื่นล้านบาทที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบริษัทเอกชนด้านโทรคมนาคม ว่าความเสียหายเกิดจากคดีอาญาหรือการทุจริต
ดังนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องคือ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ขณะนี้เปลี่ยนเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตั่งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน มีรัฐมนตรี 4 คน และปลัดกระทรวงฯอีก 3 คน เข้ามาบริการกำกับดูแล แต่กลับปรากฎว่าไม่มีการดำเนินการทวงเงินท้ายคำพิพากษาศาลคืนแก่กระทรวงดีอี หรือกระทรวงไอซีทีเดิม และองค์การโทรศัพท์ ( TOT ) เพื่อฟื้นสภาพรัฐวิสาหกิจไทย และนำรายได้ทั้งหมดส่งคืนแผ่นดินแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ในท้ายคำพิพากษาศาลระบุชัดเจนว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์มือถือแบบจ่ายล่วงหน้า (พรีเพด-Prepaid)
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ กับ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มีหน้าที่หารายได้เข้ารัฐ ที่ผ่านมา 3 ปีรัฐบาลนี้ถูกวิจารณ์ว่าขาดศักยภาพในการสร้างรายได้ และหารายได้เข้ารัฐ แต่โดยหน้าที่แล้ว ทุกคนลืม หรือละเว้นในการติดตามค่าเสียหายตามท้ายคำพิพากษาศาลเพื่อนำรายได้ที่สมควรเข้าแผ่นดินหรือไม่ ตนจึงขอเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาเฉพาะเพื่อติดตามทวงคืนค่าเสียหายในคดีที่ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลแล้ว
โดยมีอัยการ หรือ กรรมการกฤษฎีการ่วมเป็นองค์คณะ หรือกรรมการเพื่อติดตามทวงค่าเสียหายเหล่านี้ให้มีผลบังคับใช้ตามคำพิพากษาของศาล โดยถูกต้องตามกฎหมายจากบริษัทเอกชน ข้าราชการ และนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริต ร่วมทุจริตและการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องให้ปรากฎต่อสังคมเป็นรูปธรรมเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงไม่ใช่พูดแค่ลมปาก เพราะยังมีอีกหลายสิบคดี เช่น คดีการออกใบกำกับภาษีปลอม คดีรายได้ของทีโอที.ขาดหายไป 7 หมื่นล้านบาท คดีสัญญาดาวเทียมที่ต้องชำระหนี้
"ถ้าพล.อ.ประยุทธ์นายกฯไม่สั่งการก็เชื่อว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าเริ่มต้น และตนจะหารือกับฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจะเอาผิดต่ออดีตรมต.และปลัดกระทรวงต่าง ๆ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพื่อฟ้องต่อศาลทุจริตต่อไป"



