ข่าว

เตรียมแจ้งข้อหา ‘โอ๊ค - พวก’ ฟอกเงิน !!

เตรียมแจ้งข้อหา ‘โอ๊ค - พวก’ ฟอกเงิน !!

06 ก.ย. 2560

‘ดีเอสไอ - อัยการ’ เห็นตรง พฤติการณ์ ‘โอ๊ค - พวก’ เข้าข่ายฟอกเงิน รู้ว่าเงินที่ได้รับมาจากการกระทำผิด เปิดโอกาสให้นำหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา ก่อนลงมติฟ้อง - ไม่ฟ้อง

 

               แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีฟอกเงินจากการอนุมัติเงินกู้ให้กับกลุ่มกฤษดาธานนท์ ภายหลังคดีมีข้อถกเถียงในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงินกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร และพวก โดยส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า แม้คดีจะมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สินในคดีทุจริต ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน แต่คดียังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้อง เนื่องจากฝ่ายของผู้ที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินที่ได้รับอนุมัติเงินจากธนาคารกรุงไทย นำหลักฐานมาชี้แจงที่มาของการรับโอนเงินเพื่อนำไปซื้อหุ้น และร่วมทุนทางธุรกิจ ซึ่งต่อมาได้มีการบอกเลิกและคืนเงินไปแล้ว แต่ล่าสุด คณะพนักงานสอบสวนมีมติว่าสามารถดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินได้ เพราะพบหลักฐานในการกระทำความผิดเกินกว่าครึ่งแล้ว โดยในที่ประชุมได้แยกประเด็นสำคัญในการสอบสวนออกเป็น 3 ประเด็นหลัก เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้ลงมติชี้ขาดเป็นรายประเด็น

               "ประเด็นแรก คือ ลักษณะและพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งปรากฏตามข้อเท็จจริงว่า เป็นการปกปิด เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน เข้าข่ายฟอกเงิน โดยประเด็นนี้ พนักงานสอบสวนมีมติเอกฉันท์ว่า มีความผิด ประเด็นที่ 2 ใครเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดบ้าง ในวงเงิน 10 ล้านบาท มี นายพานทองแท้เกี่ยวข้องเพียงคนเดียว ส่วนวงเงิน 26 ล้านบาท มี นายวันชัย หงส์เหิน นางกาญจนาภา หงส์เหิน และนางเกศินี จิปิภพ เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งประเด็นนี้มีความเห็นเสียงข้างน้อยเสนอให้ตัดนางเกศินีออก เพราะแม้จะเป็นเจ้าของพอร์ตหุ้น แต่อาจไม่รู้เห็น โดยให้ลูกยืมชื่อไปใช้เล่นหุ่น และประเด็นที่ 3 ผู้เกี่ยวข้องกับการรับเงินมีเจตนากระทำผิดหรือไม่ รู้หรือไม่ว่าเงินที่ได้รับมาจากกลุ่มกฤษดาธานนท์นั้นเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งความเห็นเสียงข้างมากลงมติว่า มีเจตนากระทำผิด" แหล่งข่าวระบุ

               แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า คณะพนักงานสอบสวนมีมติให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีฟอกเงิน เนื่องจากคดีนี้ ปปง. เป็นผู้เริ่มต้นคดีโดยมีหนังสือร้องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับวงเงิน 10 ล้านบาท และ 26 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้สำนวนคดีมีความสมบูรณ์ ปปง. จึงต้องร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อยืนยันความผิดของผู้มีชื่อรับเงินจากกลุ่มกฤษดาธานนท์ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

               หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนคดี และมีหมายเรียกให้นายพานทองแท้กับพวกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้นายพานทองแท้กับพวก นำหลักฐานเข้ามาแก้ข้อกล่าวหา จากนั้นคณะพนักงานสอบสวนจะประชุมเพื่อลงมติว่าหลักฐานที่ผู้ต้องหามานำมาแสดงมีน้ำหนักเพียงพอที่รับฟังแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่ หากไม่มีน้ำหนักก็จะสั่งฟ้องคดี ส่งสำนวนให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาในชั้นต่อไป