ข่าว

ดีเอสไอ ถอนอายัดรถหรู 38 คัน

ดีเอสไอ ถอนอายัดรถหรู 38 คัน

06 ก.ย. 2560

ดีเอสไอ สั่งถอนอายัดรถหรู 38 คัน คืนของกลางโรลล์-รอยซ์ แอสตันมาร์ติน มาเซราติ ให้ผู้นำเข้า 3 บริษัท อ้างอังกฤษยังไม่ส่งหลักฐานราคา มั่นใจเรียกเก็บภาษีได้ครบแน่

          รองอธิบดีดีเอสไอสั่งถอนอายัดรถหรู 38 คัน คืนของกลางโรลล์-รอยซ์ แอสตันมาร์ติน มาเซราติ ให้ผู้นำเข้า 3 บริษัท อ้างอังกฤษยังไม่ส่งหลักฐานราคา มั่นใจเรียกเก็บภาษีได้ครบแน่ ยธ.สั่งเช็คชื่อกรรมการร่วมลงมติถอนอายัด หากเรียกคืนภาษีไม่ได้ต้องเฉลี่ยจ่าย

          กระทรวงยุติธรรม - 6 ก.ย.60 แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากนายเสรี ชินบารมี กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทนิชคาร์กรุ๊ปได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากระทรวงยุติธรรม กรณีถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)สั่งอายัดรถลัมโบร์กินีและเฟอรารี่จำนวน 60 คัน ทำให้ธุรกิจได้รับความเสียหาย กระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงว่า ดีเอสไอทำตามไปอำนาจหน้าที่การอายัดรถของบ.นิชคาร์ เนื่องจากพบหลัก.บานการสำแดงราคานำเข้าตามใบอินวอยซ์ของบริษัทไม่ตรงกับราคาซื้อขายที่แท้จริงที่ดีเอสไอได้รับจากต่างประเทศ บ.นิชคาร์ฯไม่ได้โต้แย้งอะไร แต่ขอให้ดำเนินการกับผู้นำเข้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน แต่ปรากฏว่าหลังการเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากบ.นิชคาร์ฯ  พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ได้เซ็นคำสั่งถอนอายัดรถของกลางให้กับผู้นำเข้ารถยนต์หรู 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทมิลเลียนแนร์ ออโต้เซล แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย)  จำกัด จำนวน 17 คัน  ซึ่งเป็นรถยนต์โรลล์-รอยซ์ ทั้งหมด และคืนรถของกลางให้บริษัทเฮอริเทจ มอเตอร์เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส  (ไทยแลนด์) จำกัด รวม 17 คัน เป็นรถแอสตันมาร์ติน 15 คัน เฟอร์รารี่  1 คัน และแมคคาเรน 1 คัน และบริษัทดีไซด์ มอเตอร์ เวิร์ค จำกัด เป็นรถยนต์มาเซราติ ทั้ง 4 คัน โดยดีเอสไออ้างว่ายังไม่ได้รับหลักฐานราคาซื้อขายที่แท้จริงจากประเทศอังกฤษจึงยังไม่สามารถประเมินราคาภาษีได้ คณะพนักงานสอบสวนประกอบด้วยดีเอสไอและพนักงานอัยการจึงมีมติร่วมกันให้คืนของกลางให้ผู้นำเข้าไปเก็บรักษา หลังจากนี้หากได้รับหลักฐานราคาที่แท้จริงจากอังกฤษแล้วพบว่ามีการชำระภาษีไม่ครบถ้วน ก็สามารถเรียกคืนภาษีที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วนของรถยนต์ทั้ง 38 คัน กลับคืนมาได้

          แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยอีกว่า หลังได้รับทราบข้อเท็จจริงกรณีคืนรถยนต์ของกลางดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ดีเอสไอนำมติของพนักงานสอบสวนมาชี้แจงเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมเป็นพนักงานสอบสวนทุกราย ทั้งนี้เพื่อหาผู้รับผิดชอบภาษีที่ขาดหายไป ในกรณีที่ไม่สามารถเรียกคืนจากบริษัทผู้นำเข้าได้ ก็จะต้องเรียกเก็บจากพนักงานสอบ สวนในฐานะผู้ลงมติให้คืนของกลาง เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ประเทศอังกฤษไม่ได้ส่งราคาซื้อขายจากโชว์รูมมาให้กับดีเอสไอแต่ส่งราคาหน้าโรงงานผู้ผลิตมาให้ตรวจสอบซึ่งสามารถนำไปใช้ในการประเมินภาษีได้เช่นเดียวกับใบอินวอยซ์ ซึ่งยังไม่พบว่าดีเอสไอได้ส่งราคารถตามบัญชีการนำเข้าของบริษัททั้ง 3 แห่งให้กรมศุลกากรประเมินภาษี