
2หนุ่มซิ่งจยย.ขนผักเสียหลักพุ่งชนประสานงานเก๋งสาหัสทั้งคู่
หนุ่มวินจยย.และหนุ่มชาวกัมพูชาควบจยย.แข่งกันบนถ.สายเก้ากิโล ศรีราชา ก่อนเสียหลักพุ่งชนประสานงานกับเก๋งที่ขับสวนมา ตร.รุดสอบสวนผู้ขับเก๋ง ไล่กล้องวงปิดหาคนผิด
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 6 กันยายน พ.ต.ต.อมรวัฒน์ ปานดี สว.(สอบสวน)สภ.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาว่ามีรถจยย.ขับขี่โดยแข่งกันมาแล้วขี่แซงกันไปเฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋งที่บริเวณหน้าร้านป้าแดง ถนนสายเก้ากิโล หมู่3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ทำให้ผู้ขับขี่รถจยย.บาดเจ็บสาหัสทั้งสองคัน ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชา รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กจ-8229 เชียงใหม่ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน และที่ใกล้กันพบนายนพวุธ ประสิทธิวงศ์ อายุ46ปี คนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้างใกล้กันสภาพร่างกายมีบาดแผลตามลำตัวและขาหักทั้ง 2 ข้างสลบไม่ได้สติ อยู่ใกล้กับรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ110 สีดำ-แดง หมายเลขทะเบียน 25-5540 ป้ายแดง สภ.ศรีราชา ที่สภาพด้านหน้าพังยับเยิน และไม่ห่างกันพบร่างของชายไม่ทราบชื่อชาวกัมพูชา อายุประมาณ 30 ปี ขาหักทั้งสองข้างร่างกายมีบาดแผลเต็มตัวที่หน้าท้องเป็นแผลขนาดใหญ่นอนสลบไม่ได้สติ ซึ่งชายคนดังกล่าวมีอาชีพ ขี่รถจยย.ขายผักในตอนเช้า และห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปร๊าค สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 11-421 ป้ายแดงสภ.ศรีราชา สภาพรถพังยับเยินช่วงหน้าพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถหลุดกระจายเต็มถนนรวมถึงผักที่บรรทุกมาเตรียมไปขายตอนเช้า กระจายเต็มถนน หลังจากนั้นทางรถพยาบาลฉุกเฉินจากโรงพยาบาลพญาไทศรีราชาและรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายส่งให้แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
จากการสอบสวนนายสิทธิโชค กลิ่นอุบล อายุ 26 ปีคนขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนกำลังขับรถยนต์มุ่งหน้าเข้าตลาดศรีราชา จากนั้นมี รถจยย.ทั้ง 2 คัน ขี่แข่งกันมาด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปทางสายเก้ากิโลจนมาพุ่งชนด้านหน้ารถยนต์ที่ตนขับมาจนด้านหน้าจนพังยับเยิน และทำให้ผู้ขับขี่รถ จยย.ทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บสาหัส
ซึ่งอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสิทธิโชค กลิ่นอุบล อายุ 26 ปี คนขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมและจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุว่าใครเป็นคนผิด เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



