ข่าว

จับ4โจ๋รุมโทรม-ฆ่าอำพรางสาวเสิร์ฟ!.

จับ4โจ๋รุมโทรม-ฆ่าอำพรางสาวเสิร์ฟ!.

06 ก.ย. 2560

“ศรีวราห์” สอบเครียด 4 ผู้ต้องหารุมโทรม-ฆ่าอำพรางสาวเสิร์ฟหนองแค มั่นใจ ดีเอ็นเอ-อสุจิ-ขนเพชร  พยาน 25ปาก รวมทั้งข้อความทางโทรศัพท์ เอาผิดได้

         จากกรณีบิดาและมารดา จากจ.อุทัยธานี ร้องขอความเป็นธรรม กรณีนางสาวเอ(นามสมมติ) อายุ 24 ปี ลูกสาวมาทำงานเสิร์ฟ อาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งในอ.หนองแค จ.สระบุรี และใช้สายโทรศัพท์ผูกคอเสียชีวิตกับลูกบิดประตูภายในบ้านหลังหนึ่งในจ.สระบุรี ซึ่งก่อนหน้าพบว่า มีชาย 4 คน 1 ใน 4 เป็นแฟนกับผู้ตาย มาร่วมรับประทานหมูกระทะกันก่อนน้องบุ๋มขึ้นชั้นสองบ้านดังกล่าว และผูกคอเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม แต่พ่อและแม่ไม่เชื่อว่าเป็นการกระทำของลูกสาว จึงพร้อมด้วยนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ในฐานะทนายความ ร้องขอความเป็นธรรมต่อพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เพื่อให้ตรวจสอบความกระจ่างในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา 

          ล่าสุด วันที่ 5 กันยายน พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสระบุรี ศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย คือนายศุภร หรือก๊อป โสภา อายุ 23 ปี นายนันทพร หรือโอ๊ค บุญมาก อายุ 23 ปี นายอธิพัชร หรือก้อง อภิญญากุล อายุ 23 ปี  แฟนหนุ่มของ น.ส.นิศากร และนายสันติ หรือลาภ ทิพมล อายุ 23 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสระบุรี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ปิดบังการตาย และร่วมกันข่มขืนหญิงสาวในลักษณะโทรมหญิง 

          จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนซึ่งทั้ง 4 คนได้ให้การปฏิเสธ แต่จากการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจชันสูตรศพ และผลทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 25 คน และได้รับผลตรวจทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันตัวบุคคลได้ว่า ตรงกับบุคคลต้องหาทั้ง4คน

          ในสายวันเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี ,พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4, พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจำ บช.ก., พล.ต.ต.ฉัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.,พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาติดตามผลคดี ที่สภ.หนองแค และได้ร่วมซักถามปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว 4 ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายศุภร หรือก๊อป เป็นนักศึกษาคณะวิศวะ ชั้นปีที่ 2 นายนันทพร หรือโอ๊ค เป็นลูกชาย ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ส่วนนายอธิพัชร หรือก้อง เป็นลูกชายนายดาบตำรวจ และนายสันติทั้งหมดสวมแว่นตาดำ มาที่ห้องสอบสวนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สอบปากคำด้วยตนเอง 

           เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 ยังคงให้การปฏิเสธ และมีการตั้งทนายความขึ้นมา 1 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวค้นหาทั้งหมดไปให้พยานซึ่งเป็นเพื่อนและครอบครัวของผู้ตายชี้ตัว ว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริงหรือไม่ และเป็นการยืนยันคำให้การของพยาน โดยพยานยืนยันใบหน้า ผู้ต้องหาเพียง2คน เท่านั้นที่อยู่ในวันเกิดเหตุ

          พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า แม้ผู้ต้องหาจะยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรุมโทรมหญิงและฆาตกรรมก็ตาม แต่ทางตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นดีเอ็นเอบนร่างกายของศพ รอยแผล ขนเพชร อสุจิ และยังพบดีเอ็นเอของผู้ต้องหาบางคนบนวัตถุที่ใช้สำหรับผูกคอ รวมถึงข้อความบนโซเชียลมีเดียที่มีการส่งถึงกันในวันเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายมีการดื่มแอลกอฮอลล์ในปริมาณหนึ่ง 

          อย่างไรก็ตาม คงต้องรอสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญประกอบ ทั้งนี้ยังมีหลักฐานคำให้การของพยานอีก 25 ปาก จนสามารถออกหมายจับได้ จึงยืนยันว่าจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ส่วนสาเหตุจูงใจเชื่อได้ว่าการก่อเหตุรุมโทรมเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการฆาตกรรม ซึ่งเป็นไปได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาเกรงผู้ตายจะเอาเรื่อง

          รองผบ.ตร.  กล่าวอีกว่า  ขอให้ทางครอบครัวผู้ตายสบายใจ ขอยืนยันว่าตำรวจดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และไม่มีการกดดันจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงสั่งการให้ทางภูธรจังหวัดสระบุรี เรียกตำรวจที่เป็นบิดาของหนึ่งในผู้ต้องหาพบ เพื่อทำบันทึกกำชับไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดี ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำผู้ต้องหาทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนจะนำตัวขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรีฝากขังในวันพรุ่งนี้(6 ก.ย.) พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเรงว่าจะหลบหนี 

          " เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งดีเอ็นเอที่พบในขนเพชรและซอกเล็บผู้ตาย และหลักฐานอื่นๆไม่สามารถเปิดเผยได้ และหากพบหลักฐานว่ามีผู้เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนเพิ่มเติมจะถูกดำเนินคดีทั้งหมด โดยสั่งการขยายผลแล้ว ตามที่ทนายเชื่อว่าน่าจะมีคนร่วม สั่งการ เกี่ยวข้องอีก"   พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยัน

          ด้านพล.ต.ต.ชัยรัตน์ เปิดเผยว่า การสอบสวนนั้นไม่ได้ล่าช้า เพียงแต่ต้องรอผลการพิสูจน์จากแพทย์ จึงจะดำเนินการได้ เมื่อผลออกมาจากนี้ทางพนักงานสอบสวนก็จะนำจะนำฝากขังศาลผลัดแรก และจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งศาลต่อไป

          ส่วนน บิดาผู้ตาย กล่าวว่า ดีใจและขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมาวันนี้ตนเองและภรรยาเดินทางมาพร้อม ดอกไม้ธูปเทียน จัดมาด้วย ด้วยคิดหวังว่าจะให้ผู้ต้องหากราบขอขมา และเมื่อผู้ต้องหาปฏิเสธ ตนก็เป็นเรื่องของตำรวจจะดำเนินกรต่อไป

           เช่นเดียวกับมารดาของผู้ตาย กราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือ จนมาถึงวันนี้ กราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจมากๆ

          ขณะที่นายรณณรงค์ ยอมรับว่า รู้สึกวิตกเหมือนกันว่าทางผู้ต้องหาอาจจะหลุดคดี เพราะขณะนี้พบดีเอ็นเอเพียงคนเดียวที่มีบาดแผลที่หลัง และดีเอ็นเอที่เล็บผู้ตาย แต่คิดว่าหลักฐานอื่น ๆ น่าจะมีเชื่อมโยง และนำตัวคนผิดมาลงโทษได้