ข่าว

คกก.ปฏิรูปสื่อฯเห็นด้วย ปชช.คุมสื่อมากกว่าออกกฎหมาย

คกก.ปฏิรูปสื่อฯเห็นด้วย ปชช.คุมสื่อมากกว่าออกกฎหมาย

05 ก.ย. 2560

"จิรชัย" เผย คกก.ปฏิรูปสื่อฯ เห็นควรให้ ปชช. คุมสื่อมากกว่าออกกฎหมายมาคุม แจงวางกรอบปฏิรูป 3 เดือนเสร็จ

 

 

          5 ก.ย. 60 - นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปสื่อ ว่า วันนี้เป็นการคุยเบื้องต้นในเรื่องกรอบการดำเนินงาน รวมถึงระยะเวลาการทำงาน ซึ่งมีวาระในการพิจารณาคือ ข้อมูลที่เรานำมาประกอบการทำงาน มีข้อมูลจากแหล่งไหนบ้าง โดยข้อมูลเรื่องการปฏิรูปสื่อมีข้อเสนอทั้งจาก สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมถึงองค์กรวิชาชีพสื่อด้วย รวมแล้วมีข้อมูลเกือบ 20 ชุด ไม่ได้เป็นการทำงานแบบเริ่มต้นใหม่ แต่นำข้อมูลที่มีมาปัดฝุ่นและนำมาวางแผนว่าจะดำเนินการได้แบบไหนบ้าง ซึ่งที่ประชุมคุยกันว่ากรอบแนวคิดที่ให้ออกกฎหมายกำกับควบคุมสื่อโดยตรงนั้น คงไม่ถูกทาง แต่ต้องมาในแนวทางสนับสนุนการทำงานของสื่อ ส่วนการควบคุมดูแลจริงๆ ควรเป็นหน้าที่ของประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งประชาชนเป็นกลุ่มผู้ที่ได้รับผลจากสื่อ ดังนั้นสิ่งที่วางกรอบไว้เบื้องต้นคือ การออกกฎหมายเพื่อกำกับสื่อเป็นสิ่งที่ไม่ควร ทั้งนี้กรอบต่างๆ เหล่านี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน ก่อนวันที่ 28 ธ.ค. โดยหลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการรับความคิดเห็น ซึ่งตนมองแล้วว่า ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มีเยอะ ทั้งนี้เบื้องต้นทางคณะฯ จะมีการประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และในเดือนหน้าเป็นต้นไป จะประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
          เมื่อถามถึงโอกาสการปรับแก้กฎหมายคุมสื่อนั้น นายจิรชัย กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวที่ สปท. เสนอไปนั้นผ่านกระบวนการถึงสภาแล้ว เราคงไม่ไปแตะ แต่อะไรก็ตามที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังไม่เข้ากระบวนการอะไร เราก็ต้องไปดู ซึ่งสังคมไม่เห็นด้วยกับการเอารัฐไปควบคุมดูแลทุกมิติ แต่ตนเสนอว่า ขอใช้คำว่าประชารัฐมาร่วมด้วย คือจะปล่อยให้เป็นอิสระลำพังก็เป็นเรื่องสุดโต่งไป เพราะสมัยนี้ตัวผู้บริโภคเองก็เป็นผู้ผลิตสื่อได้แล้ว ก็ต้องอยู่ในการกำกับมิติเหล่านี้ อยู่ที่ว่าเราจะเอาในมิติไหน เรื่องกฎหมายเราคงไม่ก้าวล่วง แต่เรามีข้อเสนอได้ นอกจากนี้เรายังต้องดูสิ่งที่เป็นปัญหาของสื่อ ที่ต้องแก้อย่างเร่งด่วนคืออะไร เช่นผลกระทบของทีวีดิจิตอล เป็นต้น ดังนั้นการทำงานควรทำสองด้าน คือปฏิรูปสื่อ และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่สื่อได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เราจะต้องรับฟังความเห็นของสังคม เป็นเวลา 2 เดือน เพราะถ้าทุกภาคส่วนไม่เห็นด้วยกับแนวทางของเรา แล้วเราจะดันทุรังทำทำไม.