
ตร.แจงคดีเบนซ์ชนแท็กซี่เจ็บ
ตำรวจแจงคดีเบนซ์ชนแท็กซี่เจ็บเผยเรียกหนุ่มคู่กรณีสอบปากคำแล้ว ระบุผลตรวจแอลกอฮอล์ไม่เกินก.ม.กำหนด ชี้2ฝ่ายยังเจรจาตกลงค่าเสียหายไม่ได้ ยันให้ความเป็นธรรมทั้งคู่
จากกรณีที่นายวรพล รักศรีอักษร ทายาทเจ้าของธุรกิจจำหน่ายของปลอดภาษีชื่อดัง ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่นเอสเอลเค หมายเลขทะเบียน พฉ888 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถแท็กซี่ สีเหลือง ทะเบียน ทศ 7687 ซึ่งมีนายประพันธ์ ทิพย์เวียง เป็นผู้ขับขี่ จนทำให้นายประพันธ์ ได้รับบาดเจ็บศีรษะและปากแตก คางฉีก เนื่องจากกระแทกกับพวงมาลัย ฟันด้านล่างหัก 4 ซี่ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล สะพานควาย 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารหญิงได้รับบาดเจ็บโดนกระจกบาดฝังเข้าไปในแขน และศีรษะแตก โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 บริเวณถนนสุทธิสาร-รัชดา มุ่งหน้าแยกสุทธิสาร ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้เสียหายและคู่กรณีได้มาพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันครั้งแรกที่สน.สุทธิสาร หลังจากนั้นมีการนัดไกล่เกลี่ยกันอีกหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ทางผู้เสียหายจึงได้ร้องเรียนไปทางสื่อสังคมออนไลน์
คืบหน้าเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร เปิดเผยเกี่ยวกับคดีดังกล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ส่วนของคดี ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด วันเกิดเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที และได้นำคนขับรถเบนซ์ส่งไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่โรงพยาบาล ผลปรากฏว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกายไม่เกิน 0.10 มิลลิกรัม ซึ่งไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และได้นำตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือนายประพันธ์ คนขับแท็กซี่และผู้โดยสารเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลจากทางแพทย์ว่ามีการบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ เพื่อที่จะได้ดำเนินการแจ้งข้อหาต่อผู้กระทำความผิดต่อไป 2.ในส่วนของการเจรจาต่อรองนั้นเป็นเรื่องของทางแพ่ง ซึ่งคู่กรณีทั้งสองฝ่ายจะต้องทำการตกลงเรื่องค่าเสียหายด้วยกันเอง
พ.ต.อ.เติมเผ่า เปิดเผยต่อว่า จากการเจราจาในครั้งแรกนั้น พบว่าฝ่ายผู้เสียหายคือคนขับรถแท็กซี่ได้เรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 1.8 ล้านบาท และผู้โดยสารเรียกค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท ซึ่งทางประกันได้รับข้อเสนอไว้เพื่อแจ้งกับทางบริษัท แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต่อมาในการเจราจาครั้งที่สอง คนขับแท็กซี่ได้เรียกค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท ไม่รวมค่าซ่อมรถ ทางประกันจึงได้ทำการพูดคุยและได้นัดเจราจาครั้งที่สาม ในวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ฝ่ายคนขับรถแท็กซี่ไม่มา จึงยังไม่สามารถตกลงกันได้ อย่างไรก็ตามในวันที่ 5 กันยายน ทางพนักงานสอบสวนได้นัดเจ้าของรถแท็กซี่มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ทางคนขับแท็กซี่ก็ไม่ได้มาตามนัดเเต่อย่างใดและขณะนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงยังไม่ได้ทำการสอบปากคำอีกครั้ง สำหรับคนขับรถเบนซ์ ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย



