
กรมชลฯ ยันไทยไม่จำเป็นซื้อน้ำจาก "สตึงมนัม"
รองอธิบดีกรมชลฯ ยันไทยไม่จำเป็นซื้อน้ำจาก "สตึงมนัม" ระยะ10ปีนี้
5 ก.ย. 60 –รองอธิบดีกรมชลฯ ยันไทยไม่จำเป็นซื้อน้ำจาก "สตึงมนัม" ระยะ10ปีนี้ เหตุมีแผนพัฒนา-ปรับปรุงพื้นที่เก็บน้ำ 3 จังหวัด , พัฒนาแหล่งเก็บน้ำในนิคมอีอีซี คาดระยะ 10 ปี ประเด็นน้ำใช้-น้ำเพื่อการเกษตร ไม่มีปัญหา
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลน์ ทางสถานีวิทยุ 98.5 ถึงแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้ในพื้นที่อุตสากรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จ.ชลบุรี, จ.ระยอง และ จ.ฉะเชิงเทรา โดยยืนยันว่าทางกระทรวงทรัพยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมวางแผนจัดการน้ำตามยุทธศาสตร์น้ำ เพื่อจัดหาน้ำให้เพียงพอต่อการใช้ในพื้นที่อีอีซี ในระยะ 10 ปี ตั้งแต่ปี2560 -2570 โดย แผนดังกล่าวสามารถเพิ่มระดับการกักเก็บน้ำได้กว่า 500 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ 1.ปรับปรุงแหล่งเก็บน้ำเดิมและเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ อาทิ อ่างเก็บน้ำบ้านบึง, อ่างเก็บน้ำมาบประชัน จ.ชลบุรี ที่สามารถเพิ่มการกักเก็บได้ 84 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งการปรับปรุงดังกล่าวจะใช้เวลา 3-4ปี ภายใต้งบประมาณปกติ, 2. เชื่อมโยงแหล่งน้ำ และแหล่งผันน้ำ อาทิ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล , อ่างเก็บน้ำดอกลาย จ.ระยอง อ่างเก็บน้ำประแจ, อ่างเก็บน้ำทวาใหญ่ และอ่างเก็บน้ำแก่งหางแมว จ.จันทบุรี ที่เพิ่มเติมน้ำได้ถึง 460 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนั้นยังมีโครงกสร้างสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำคลองวังโตนด ที่มีความจุ 100 ล้าน ลบ.ม. ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยระบบจัดการน้ำทั้งหมดที่ดำเนินการเสร็จจะเชื่อมโยงและผันน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่อุตสาหกรรมอีอีซี ได้
นายสมเกียรติ กล่าวด้วยว่า 3.มีแผนที่จะใช้เทคโนโลยี ดูดน้ำจากพื้นที่ด้านบนเขื่อนให้กลับมาลงสู่เขื่อน ซึ่งเพิ่มปริมาณน้ำได้ 15ล้าน ลบ.ม.ต่อปี และ 4.ร่วมมือกับนิคมอุตสหกรรมเพื่อสร้างแหล่งเก็บน้ำสำรองในพื้นที่ว่างเปล่าของนิคม รวมถึงใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนน้ำเค็มเป็นน้ำจืด ขณะที่การกับเก็บน้ำและพื้นที่เก็บน้ำใน 3 จังหวัดนั้นยังถือว่ามีปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้
"ในระยะ 10 ปีจากนี้ถึงปี 2570 ไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำจากประเทศกัมพูชา แต่ด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีที่คาดว่าจะมีปริมาณการใช้น้ำจำนวนสูงมากในระยะหลังจากนั้นต้องพิจารณาหาแนวทางเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในแผนที่จะซื้อน้ำจากแหล่งน้ำสตึงมนัม ประเทศกัมพูชาในตอนแรกนั้น มีส่วนที่จะนำมาใช้ในพื้นที่การเกษตร แต่เมื่อได้วางแผนยุทธศาสตร์การใช้น้ำแล้ว น้ำสำหรับการเกษตรปัจจุบันยังมีปริมาณเพียงพอ ทั้งนี้หากประเด็นซื้อน้ำเกิดขึ้นจริง ไทยจะมีการลงทุนด้านท่อส่งน้ำ สูงถึง40,000 ล้านบาท"นายสมเกียรติ กล่าว.



