
ทนายคดีจีทูจี คาดคำพิพากษาฉบับเต็มออกวันนี้
"ทนายบุญทรง-อดีต ขรก.กรมการค้า ตปท." ลุ้นคำพิพากษาฉบับเต็มออกวันนี้ หวังยื่นประกันใหม่พร้อมอุทธรณ์
เมื่อวันที่ 5 ก.ย.60 เวลา 11.25 น. นายนริทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ จำเลยคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมยื่นอุทธรณ์คดีว่า ขณะนี้ยังรอคำพิพากษาฉบับเต็มอยู่จึงไม่ได้เขียนร่างอุทธรณ์ ส่วนเรื่องการยื่นประกันตัวยืนยันยื่นใหม่พร้อมการยื่นคำอุทธรณ์คดีซึ่งการพิจารณาประกันนั้นเข้าใจว่าตามขั้นตอนเมื่อมีการยื่นอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญฯ ใหม่ที่บัญญัติให้ยื่นคำอุทธรณ์เสนอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาซึ่งจะยื่นผ่านแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเทียบเคียงกับคดีอาญาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา แล้วได้ส่งคำร้องขอประกันให้ศาลฎีกาพิจารณา ดังนั้นเข้าใจว่าตามขั้นตอนเมื่อเรายื่นคำร้องขอประกันใหม่ พร้อมคำอุทธรณ์คดีแล้ว ผู้ที่จะพิจารณาคำร้องขอประกันตัวใหม่ คือองค์คณะใหม่ 9 คนที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเลือกมาวินิจฉัยคำอุทธรณ์
ขณะที่นายธนากร แหวกวารี ทนายความของนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและกลุ่มอดีตข้าราชการกรมการค้าต่างประเทศจำเลยที่ 4-6 คดีทุจริตระบายข้าว เปิดเผยถึงการยื่นประกันว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวนายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศจำเลยที่ 6 รอบที่ 2 แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยเห็นว่ายังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ดังนั้นส่วนของจำเลยอื่นที่ตนรับผิดชอบดูแลคดีก็จะไม่ได้ยื่นประกันอีกจนกว่าจะยื่นคำอุทธรณ์ โดยขณะนี้รอคำพิพากษาฉบับเต็ม คาดว่าคำพิพากษาฉบับเต็มจะมีออกมาในวันนี้ (5 ก.ย.) ซึ่งการยื่นอุทธรณ์ก็พยายามจะดำเนินการให้ทันภายในกำหนด 30 วันตามรัฐธรรมนูญฯใหม่กำหนด คือจะครบกำหนดวันที่ 24 ก.ย.นี้แต่เนื่องจากตรงกับวันอาทิตย์ ก็จะยื่นได้ไม่เกินวันที่ 25 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ดีก็มีความเป็นไปได้ที่จะขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ไปด้วยซึ่งสิทธิของการขอขยายเวลาอุทธรณ์นั้นก็จะอิงหลักประมวลวิธีพิจารณาความอาญาและความแพ่งในกฎหมายที่ใช้เป็นหลักทั่วไปเนื่องจากในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้และกฎหมายวิธีพิจารณาใหม่ก็ยังไม่ออกมาบังคับใช้ ซึ่งการขอขยายอุทธรณ์แล้วจะขยายได้หรือไม่ เป็นระยะเวลาเท่าใดก็ขึ้นกับดุลยพินิจของศาลเช่น คดีอาญาทั่วไปอาจจะได้ 15 วัน หรือ 30 วันเป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าในส่วนคดีที่ ป.ป.ช. โจทก์ ยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาคดีสลายม็อบพันธมิตรฯล้อมสภาวันที่ 7 ต.ค.51 ที่ยื่นอุทธรณ์เฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.จำเลยที่ 4 นั้น โดยส่งคำอุทธรณ์ผ่านแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดวันนี้ ( 5 ก.ย.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เตรียมจะส่งหมายแจ้งให้ พ.ล.ต.ท.สุชาติ ทราบและให้ทำคัดค้านอุทธรณ์ยื่นกลับมาภายใน 15 วันนับจากวันที่ พ.ล.ต.ท.สุชาติ จำเลยได้รับหมายแจ้ง ทั้งนี้หาก พล.ต.ท.สุชาติ ทำคัดค้านส่งมาแล้ว ตามขั้นตอน แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา จะรวบรวมคำอุทธรณ์ของโจทก์ , คำคัดค้านอุทธรณ์ของจำเลย และเอกสารสำนวนทั้งหมดเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามที่รัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 มาตรา 195 วรรคสี่บัญญัติ แล้วจะให้ลงมติเลือกผู้พิพากษา 9 คนที่มีอาวุโสไม่ต่ำกว่าระดับหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและต้องไม่เคยนั่งพิจารณาที่ตัดสินนั้นมาก่อนเพื่อเป็นตัวแทนที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวินิจฉัยคำอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งคดีสลายม็อบพันธมิตรฯ ถือเป็นคดีแรกที่ใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญฯ ใหม่ ขณะที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใหม่ ยังไม่ออกมาบังคับใช้



