ข่าว

ทีพีไอพีพี เมินร่วมประมูล "เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม"

ทีพีไอพีพี เมินร่วมประมูล "เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม"

05 ก.ย. 2560

ทีพีไอพีพี เมินร่วมประมูล "เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม" หลังติดปัญหาสายส่งเต็ม

                 นายวรวิทย์ เลิศบุษศราคาม รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายโรงงาน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เปิดเผยว่า บริษัท จะไม่เข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ SPP Hybrid Firm พ.ศ. 2560 ที่มีเป้าหมายรับซื้อไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อแบบเงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง(ฟีดอินทารีฟ) หรือ FiT ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย หลังตรวจสอบความพร้อมของสายส่งแล้วพบว่าในพื้นที่ภาคกลางมีโควตาประมาณ 20 เมกะวัตต์ และโควตาส่วนใหญ่ 100 เมกะวัตต์ อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ปรับเงื่อนไขโครงการใหม่ไม่ให้ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงหลัก แต่สามารถใช้เชื้อเพลิงขยะRDF(Refuse Derived Fuel)เป็นเชื้อเพลิงเสริมได้ ประกอบกับต้องประมูลแข่งขันราคาFITที่ต้องต่ำกว่า 3.66 บาทต่อหน่วยอาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
               "เดิมบริษัทคาดหวังว่า จะสามารถชิงโควตา เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม ได้ 30% หรือ 100 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีจุดแข็งอยู่ที่ จ.สระบุรี มีซัพพลายเวอร์พร้อมป้อนเชื้อเพลิงRDFแต่ศัยกภาพสายส่งไม่รองรับ โดยบริษัทได้หารือร่วมกันอาจจะไปตั้งโรงไฟฟ้านอกพื้นที่ แต่การตั้งนอกพื้นที่จะต้องใช้เงินลงทุนสูงราว 80-100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุน(IRR) อยู่ที่ 10-12% ต่ำกว่าการสร้างในพื้นที่ต้นทุนอยู่ที่ 50 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และได้IRR สูงกว่า15%" นายวรวิทย์ กล่าว
               ทั้งนี้ บริษัท จะมุ่งไปที่โครงการผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะชุมชนของภาครัฐที่ยังมีโควตารับซื้อ 130 เมกะวัตต์ ในรูปแบบSPP ขนาดไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ เพราะนอกจากจะได้ FIT อัตรา 3.66 บาทต่อหน่วยแล้ว ยังได้ค่ากำจัดขยะเพิ่มด้วย โดยจะมองหาศักยภาพในพื้นที่อื่นๆนอกเหนือจากจ.สระบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ใน 3-4 จังหวัด ซึ่งรูปแบบโครงการจะคล้ายกับจ.สระบุรี คือตั้งโรงไฟฟ้าคู่กับโรงงานผลิตขยะRDF คาดว่า จะเปิดโครงการรับซื้อได้ในปีหน้า 
                 นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.เตรียมเดินหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in-Tariff (FIT) ในปริมาณ 78 เมกะวัตต์ที่ชะลอโครงการไว้ให้เสร็จสิ้นในปีนี้ หลังจากได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว พบว่าตามกฎหมายใหม่หลักเกณฑ์ต่างๆจะเข้มงวด แต่เชื้อเพลิงขยะไม่เข้าข่าย พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 หรือ กฎหมาย PPP จึงให้ กกพ.เดินหน้าตามประกาศรับซื้อไฟฟ้าเดิมได้ โดยไม่ต้องรอให้กระทรวงมหาดไทย ออกกฎหมายลูกเพื่อรองรับ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 แล้วเสร็จ 
 ดังนั้น ขณะนี้ กกพ.ได้มอบหมายให้คณะทำงานทบทวนรายละเอียดในประกาศและหลักเกณฑ์การจัดไฟฟ้าจากขยะชุมชนใหม่ว่ามีส่วนใดที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไร เช่น กำหนดการดำเนินโครงการ เพราะโครงการดังกล่าวล่าช้ามาประมาณ 6 เดือน แล้ว จึงต้องเลื่อนกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ออกไปจากเดิมกำหนดไว้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 
                  "กกพ.จะเร่งเคลียร์โครงการผลิตไฟฟ้าขยะชุมชน 78 เมกะวัตต์ ที่ค้างอยู่ในเสร็จภายในปีนี้ โดยขอให้เอกชนมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะขยะ ไม่เข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ส่วนจะเปิดรับซื้อเพิ่มเติมให้ครบโควตา 130 เมกะวัตต์หรือไม่ขอพิจารณาก่อน" นายวีระพล กล่าว