
ทีพีไอพีพี เมินร่วมประมูล "เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม"
ทีพีไอพีพี เมินร่วมประมูล "เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม" หลังติดปัญหาสายส่งเต็ม
นายวรวิทย์ เลิศบุษศราคาม รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายโรงงาน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เปิดเผยว่า บริษัท จะไม่เข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ SPP Hybrid Firm พ.ศ. 2560 ที่มีเป้าหมายรับซื้อไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อแบบเงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง(ฟีดอินทารีฟ) หรือ FiT ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย หลังตรวจสอบความพร้อมของสายส่งแล้วพบว่าในพื้นที่ภาคกลางมีโควตาประมาณ 20 เมกะวัตต์ และโควตาส่วนใหญ่ 100 เมกะวัตต์ อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ปรับเงื่อนไขโครงการใหม่ไม่ให้ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงหลัก แต่สามารถใช้เชื้อเพลิงขยะRDF(Refuse Derived Fuel)เป็นเชื้อเพลิงเสริมได้ ประกอบกับต้องประมูลแข่งขันราคาFITที่ต้องต่ำกว่า 3.66 บาทต่อหน่วยอาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
"เดิมบริษัทคาดหวังว่า จะสามารถชิงโควตา เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม ได้ 30% หรือ 100 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีจุดแข็งอยู่ที่ จ.สระบุรี มีซัพพลายเวอร์พร้อมป้อนเชื้อเพลิงRDFแต่ศัยกภาพสายส่งไม่รองรับ โดยบริษัทได้หารือร่วมกันอาจจะไปตั้งโรงไฟฟ้านอกพื้นที่ แต่การตั้งนอกพื้นที่จะต้องใช้เงินลงทุนสูงราว 80-100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุน(IRR) อยู่ที่ 10-12% ต่ำกว่าการสร้างในพื้นที่ต้นทุนอยู่ที่ 50 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และได้IRR สูงกว่า15%" นายวรวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท จะมุ่งไปที่โครงการผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะชุมชนของภาครัฐที่ยังมีโควตารับซื้อ 130 เมกะวัตต์ ในรูปแบบSPP ขนาดไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ เพราะนอกจากจะได้ FIT อัตรา 3.66 บาทต่อหน่วยแล้ว ยังได้ค่ากำจัดขยะเพิ่มด้วย โดยจะมองหาศักยภาพในพื้นที่อื่นๆนอกเหนือจากจ.สระบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ใน 3-4 จังหวัด ซึ่งรูปแบบโครงการจะคล้ายกับจ.สระบุรี คือตั้งโรงไฟฟ้าคู่กับโรงงานผลิตขยะRDF คาดว่า จะเปิดโครงการรับซื้อได้ในปีหน้า
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.เตรียมเดินหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in-Tariff (FIT) ในปริมาณ 78 เมกะวัตต์ที่ชะลอโครงการไว้ให้เสร็จสิ้นในปีนี้ หลังจากได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว พบว่าตามกฎหมายใหม่หลักเกณฑ์ต่างๆจะเข้มงวด แต่เชื้อเพลิงขยะไม่เข้าข่าย พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 หรือ กฎหมาย PPP จึงให้ กกพ.เดินหน้าตามประกาศรับซื้อไฟฟ้าเดิมได้ โดยไม่ต้องรอให้กระทรวงมหาดไทย ออกกฎหมายลูกเพื่อรองรับ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 แล้วเสร็จ
ดังนั้น ขณะนี้ กกพ.ได้มอบหมายให้คณะทำงานทบทวนรายละเอียดในประกาศและหลักเกณฑ์การจัดไฟฟ้าจากขยะชุมชนใหม่ว่ามีส่วนใดที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไร เช่น กำหนดการดำเนินโครงการ เพราะโครงการดังกล่าวล่าช้ามาประมาณ 6 เดือน แล้ว จึงต้องเลื่อนกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ออกไปจากเดิมกำหนดไว้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2562
"กกพ.จะเร่งเคลียร์โครงการผลิตไฟฟ้าขยะชุมชน 78 เมกะวัตต์ ที่ค้างอยู่ในเสร็จภายในปีนี้ โดยขอให้เอกชนมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะขยะ ไม่เข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ส่วนจะเปิดรับซื้อเพิ่มเติมให้ครบโควตา 130 เมกะวัตต์หรือไม่ขอพิจารณาก่อน" นายวีระพล กล่าว



