ข่าว

"ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น"รวมชื่อทบทวนสูตรก.ต.

"ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น"รวมชื่อทบทวนสูตรก.ต.

04 ก.ย. 2560

ศาลพร้อมรับฟังความเห็นผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเสนอโมเดลก.ต.ย้อนใช้สูตรเดิม 4 คนทุกชั้นศาล ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นรวมชื่อ 1,000 คนแล้วเสนอแก้สูตรรอยื่น 8 ก.ย.นี้

          4 ก.ย.60 นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการประกาศรับฟังความคิดเห็นผู้พิพากษาต่อ "ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่...) พ.ศ..." ในองค์ประกอบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต.ว่า ร่างนี้มาจากฝ่ายตุลาการเป็นคนเสนอเอง ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ.)และคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ก่อนเสนอและต้องเข้ากระบวนการการรับฟังความเห็นตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 มาตรา 77 ที่บัญญัติว่ากฎหมายใด ๆ จะต้องเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดการทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังความเห็นนั้น เริ่มตั้งแต่ 21 ส.ค.-วันที่ 4 ก.ย.นี้ ส่วนเรื่องที่มีผู้พิพากษาเข้าชื่อ เสนอความเห็นใน 4 ประเด็นที่เป็นข่าวนั้น เป็นกระบวนการในการดำเนินการภายใน ซึ่งเรามีการรับฟังอยู่แล้ว ก็ย่อมมีความเห็นที่แตกต่างกัน ก็มีเกี่ยวกับเรื่องสัดส่วนของ ก.ต. โดยประเด็นหลักก็คือประเด็นสัดส่วน
           ต่อข้อถามที่ว่า ได้มีการตรวจสอบจำนวนผู้พิพากษาที่ส่งความเห็นต่อร่าง ผ่านช่องทางที่ประกาศในเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรมแล้วหรือไม่ นายสราวุธ รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจเช็คจำนวนและความเห็นในช่องทางดังกล่าว ซึ่งหลังจากสิ้นสุดกำหนดการรับฟังความเห็นในวันนี้ (4 ก.ย.) ก็จะตรวจดูจำนวนของผู้พิพากษาที่แสดงความคิดเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายต่อไป   
          นายนายสราวุธ ยังระบุอีกว่า ในรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 ม.196 ไม่ได้กำหนดว่า ก.ต.จะมีกี่คน กำหนดเพียงว่าให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน แล้วให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาลโดยไม่บอกว่ากี่คน ซึ่งสังเกตดูจากรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 ในเรื่องส่วนใหญ่เขาจะปล่อยให้เป็นตามกฎหมายลูกจะไม่กำหนดรายละเอียดในรัฐธรรมนูญเพราะถ้ากำหนดรายละเอียดในรัฐธรรมนูญแล้วหากจะแก้ไขก็ทำได้ยาก ขณะที่ในรัฐธรรมนูญฯ จะกำหนดจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการไว้จำนวน 2 คนซึ่งต้องได้รับเลือกจากข้าราชการตุลาการโดยเหตุผลที่กำหนดไว้นั้น ช่วงที่ร่างรัฐธรรมนูญฯ มีข้อกังวลของฝ่ายตุลาการว่าถ้าเอาสัดส่วนของบุคคลภายนอกมากเกินไปจะมีการแทรกแซงจากภายนอก จึงกำหนดสัดส่วน ก.ต.ภายนอกไว้ไม่เกิน 2 คน ดังนั้นเมื่อมีการเขียนสัดส่วน ก.ต.คร่าว ๆ ไว้เช่นนั้น จึงเป็นที่มาของการที่จะต้องยกร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมฉบับใหม่ เพื่อกำหนดรายละเอียด
           "เรื่องนี้ประเด็น อยู่ที่กำหนดสัดส่วน ก.ต.ที่มาจากตัวแทนจากแต่ละชั้นศาล จึงเป็นที่มาของความเห็นไม่ตรงกันในร่าง พ.ร.บ. ซึ่งมีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นรวมตัวกันไม่เห็นด้วยกับ ก.ต. สูตร 6 : 4 : 2  และอยากจะได้เป็นสูตร ก.ต. แต่ละชั้นศาลเป็น 4 : 4 : 4 เท่ากัน เรื่องนี้แต่ละฝ่ายต่างก็มีเหตุผลในความเห็นของตัวเอง แต่กระบวนการในการเสนอกฎหมายเราก็ใช้เสียงข้างมากซึ่งในชั้นที่จัดทำร่างนี้เรามีความเห็นส่วนใหญ่ว่าจะใช้สูตรสัดส่วน ก.ต.เดิม แต่เมื่อมีคนที่เห็นเหมือนกับกลุ่มผู้พิพากษาศาลชั้นต้นแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าควรเป็นชั้นศาลละ 4 คน ก็ต้องเสนอไป เนื่องจากรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 77 กำหนดขั้นตอนในการรับฟังความคิดเห็นไว้ ฉะนั้นก็เป็นสิทธิของเสียงข้างน้อยที่จะให้ความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับร่างที่เสนอไป แนบท้ายไปยัง สนช.เป็นผู้พิจารณา ซึ่งทุกๆ ฝ่ายก็ต้องปฏิบัติตามฝ่ายนิติบัญญัติ" รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าว

          ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านขั้นตอนเห็นชอบของ กบศ.ในหลักการ โดยอนุกบศ.กำลังพิจารณาร่างซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 77 ซึ่งจะมีการรวบรวมความคิดเห็นไปยังสำนักงานศาลยุติธรรม แล้วเสนอสู่การพิจารณาของ อนุ กบศ. และ กบศ.ก่อนที่จะส่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้คณะกรรมการกฤษฎีกาดูข้อกฎหมาย ก่อนเสนอ สนช.พิจารณา
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี ในวันนี้ คณะผู้แทนผู้พิพากษาศาลชั้นต้นระดับผู้บริหาร ซึ่งประกอบด้วย ก.ต.ศาลชั้นต้น 1 คน และ อนุ ก.ต.ศาลชั้นต้น 3 คน เป็นผู้แทนนำรายชื่อคณะผู้พิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวรวม 1,000 รายชื่อ เสนอนายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม โดยนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เป็นผู้รับเอกสารรายชื่อดังกล่าวแทนเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมที่ติดภารกิจร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ
          ขณะที่แหล่งข่าวคณะผู้แทนผู้พิพากษาที่ยื่นรายชื่อเสนอโมเดล ก.ต.ใหม่โดยให้ใช้สัดส่วนเดิม 3 ชั้นศาล คือศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 คือ 4:4:4 กล่าวว่า นอกจากรายชื่อทั้ง 1,000 คนที่เราได้เสนอต่อสำนักงานศาลยุติธรรมในวันนี้แล้ว ยังจะมีทยอยมาอีกสำหรับผู้พิพากษาในภาคต่าง ๆ อีก 4 คนโดยจะรวบรวมส่งต่อสำนักงานศาลยุติธรรมอีกไม่เกินวันที่ 8 ก.ย.นี้ ซึ่งคาดการณ์ว่ารายชื่อทั้งหมดจะรวบรวมได้ถึง 2,000 คนจากจำนวนผู้พิพากษาศาลชั้นต้นกว่า 3,800 คน จึงถือว่ารายชื่อที่รวบรวมเป็นเสียงข้างมากเช่นกันจากผู้พิพากษาทั้งประเทศ

         โดยการพิจารณาร่างกฎหมายก่อนหน้านี้เท่าที่ทราบคือที่ประชุมร่วม ก.ต. และ ก.บ.ศ. ลงมติ 17 หรือ 16  ต่อ 9 เห็นในสัดส่วน 6 : 4 : 2 ซึ่งขณะประชุมนั้นยังไม่ได้มีการรับฟังความเห็นแต่ขณะนี้มีการรวบรวมรายชื่อแสดงความเห็นแล้วก็จะขอให้มีการทบทวนมติดังกล่าวโดยรับฟังเสียงของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่เสนอมาในวันนี้ด้วย แต่หากกระบวนการพิจารณาร่างยังคงมติเดิมสัดส่วน 6 : 4 : 2 ในขั้นตอนต่อไปในการพิจารณากฎมายของ สนช. เราจะนำเสนอรายชื่อผู้พิพากษาที่รวบรวมไว้นี้เสนออีกครั้งด้วย

          ขณะนี้เราทำตามขั้นตอนและวิถีการตรากฎหมาย โดยก.ต.แต่เดิมก็ใช้สัดส่วนเท่ากันคือ 4 : 4 : 4 แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 ขณะนั้นก็เปลี่ยนแปลงสัดส่วน 6 : 4 : 2 โดยไม่ได้รับฟังความคิดเห็นทั่วถึง เป็นการจำยอม เมื่อจังหวะนี้การตรากฎหมายเปิดรับฟังความเห็นจึงได้เสนอความเห็นจากผู้พิพากษาที่เห็นด้วยซึ่งการรวบรวมรายชื่อก็ให้เป็นไปตามประสงค์อย่างแท้จริงไม่ใช่การลงชื่อแทนกัน โดยในช่วงเวลาที่มีอยู่ขณะนี้ได้ 1,000 – 2,000 ชื่อนับว่ามากพอสมควร