ข่าว

"ลุ้นคำวินิจฉัยป.ป.ช.คดีเขาพระวิหาร"

"ลุ้นคำวินิจฉัยป.ป.ช.คดีเขาพระวิหาร"

22 ก.ย. 2552

ในวันที่ 22 กันยายนนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมลงมติชี้มูลความผิด 28 อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช กรณีเห็นชอบมติ ครม.ลงนามข้อตกลงร่วมไทย-กัมพูชา กรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร จงใจทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสอง

กรณีสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่ รายการ คม-ชัด-ลึก วันจันทร์ที่ 21 กันยายน เสนอตอน "ลุ้นคำวินิจฉัย ป.ป.ช.คดีเขาพระวิหาร" โดยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยว่าปัญหาดังกล่าวจะจบลงอย่างไรแบบไหน

 วีระ สมความคิด แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)
"จะหยุดถ้า2ประเทศพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน"

 ก่อนเดินทางไปเขาพระวิหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน ตนและตัวแทนคนไทยได้รับเกียรติในการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อน โดยทหารยืนยันต่อหน้าประชาชนในพื้นที่ว่า เป็นพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรของไทย และการเดินทางไปในวันที่ 19 กันยายน ไม่มีเจตนาอื่น เพราะก่อนหน้านั้นได้ไปปราศรัยกับพันธมิตรร้อยเอ็ด และประกาศว่า ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการอีก 2 สัปดาห์จะเคลื่อนในเรื่องนี้ และเผอิญตรงกับวันที่ 19 กันยายน และการเดินทางไปครั้งนี้ไม่ใช่ฉันทามติจาก 5 แกนนำพันธมิตร แต่ก่อนเดินทางไปได้ร่วมหารือกับแกนนำ ไม่ว่าจะเป็น นายสนธิ ลิ้มทองกุล  นายปานเทพ วงศ์พัวพัน ซึ่งเป็นคนเขียนแถลงการณ์ให้

 การตัดสินของ ป.ป.ช.ในวันที่ 22 กันยายน เป็นการวินิจฉัยว่า ครม.สมัยรัฐบาลสมัครทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หรือไม่ แต่ไม่สามารถหยุดกระบวนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นขึ้นมรดกโลกได้ ตนจะยินดี หากทั้งสองประเทศจะพัฒนาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ร่วมกัน โดยประชาชนทั้งสองประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ไม่ใช่ให้ผู้นำทั้งสองประเทศได้ผลประโยชน์ร่วมกัน จากนี้ไปคงให้ทหารดำเนินการหลังประกาศกฎอัยการศึก แต่ถ้าทหารไม่ดำเนินการก็จะฟ้องทหารฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐศาสตร์ มธ.
"ชี้ ครม.ผิดการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นโมฆะ"

 เห็นด้วยกับความเห็นของนายวีระ เรื่องพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เพราะถ้ายึกหลักการแบ่งเขตแดนตามสันปันน้ำ พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ของเราอย่างแน่นอน ถ้ากัมพูชาเข้ามาถือว่าละเมิดอธิปไตย และเราเคยมีข้อตกลงร่วมกันกับกัมพูชาก่อนปักปันเขตแดนห้ามฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก่อสร้างสิ่งใดที่อาจมีผลกระทบต่อการปักปันเขตแดน มีหลายฝ่ายที่ไม่สบายใจ ทำไมปล่อยให้ต่างชาติมารุกพื้นที่เรา ซึ่งมีประชาชนเห็นต่างเช่นกัน รัฐบาลก็ต้องมีการสร้างความเข้าใจในประเด็นสงสัยดังกล่าว

 หากมีการชี้มูลว่ามติ ครม.ผิด ผลการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกจะเป็นโมฆะ แต่เรื่องการเจรจาปักปันเขตแดนกับการขึ้นทะเบียนเป็นคนละส่วนกัน แต่ไทยอาจมีปัญหาเรื่องเพียงภาพลักษณ์เสียหาย ที่ไม่ได้ร่วมมือการบูรณะ และเห็นว่าทุกฝ่ายมีสิทธิแสดงความเห็น และจุดยืน แต่ทุกฝ่ายควรทำโดยสันติ ไม่ควรมีการปะทะกัน

ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ หน.ภาควิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต
"มติ ป.ป.ช.ไม่เกี่ยวกับกัมพูชา"

 ผลการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นผลดีต่อเขมรมาก เพราะเขาจะได้รับการสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจมากขึ้น การเคลื่อนไหวอย่างนี้ก่อให้เกิดความแข็งแกร่งของรัฐบาลฮุน เซน เป็นการทำให้เกิดชาตินิยมอย่างไม่รู้ตัว สำหรับมติ ป.ป.ช.นั้น เป็นปัญหาการเมืองของไทย ไม่เกี่ยวกับกัมพูชา

 ฝ่ายพลเรือนกำลังหมิ่นการดำเนินการตลอด 47 ปีที่ผ่านมาของทหารและกองทัพ เพราะหากเขาไม่รู้ข้อเท็จจริงคงไม่ปล่อยให้เหตุการณ์คงที่มาอย่างนี้ อย่าลืมว่ากรมแผนที่ทหารมีข้อมูลอย่างเพียบพร้อม เรากำลังเปลี่ยนเร่งการดำเนินการของรัฐให้ถูกใจเรา เรื่องนี้น่ายุติได้แล้ว เราควรเดินหน้าต่อไป

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มธ.
"เรากำลังหลงชาติ คลั่งชาติ"

 ควรมองปัญหาอย่างมีสติ รู้จักรักชาติ ไม่หลงชาติ ไม่คลั่งชาติ เพราะจะเป็นอันตรายต่อประเทศไทยเรา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 1-2 ปีที่ผ่านมา เป็นไปตาม เข้าข่าย หลงชาติ และคลั่งชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลเสียในแง่ชาติบ้านเมืองเรา เรากำลังทำลายโอกาสการลงทุนของไทยกับเพื่อนบ้าน ทางออกที่เหมาะสมคือ การเจรจา ที่น่าจะเป็นอารยะมากกว่า หรือการกลับไปศาลโลกใหม่ และภาพที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน เศร้าใจ ไม่คิดว่าจะได้เห็น