"พาณิชย์"ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางสมุนไพรโลก
ก.พาณิชย์นำต่างชาติเยี่ยมชมโรงงานผลิตสมุนไพร หวังดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางสมุนไพรโลก
นางสาวชนินทร หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดโปรแกรมสำรวจศักยภาพสมุนไพรไทยในโรงงานผลิตสมุนไพรภายใต้มาตรฐานสากล เพื่อให้นานาประเทศได้เห็นถึงศักยภาพอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยที่สามารถนำสมุนไพรพื้นบ้านผลิตส่งออกได้สร้างรายได้เข้าประเทศปีละมหาศาลได้ รวมทั้งเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายธุรกิจของสมุนไพรไทย โดยได้เชิญผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเยี่ยมศักยภาพการผลิต ที่โรงงานชีวะโกโอสถ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีและบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งนานาประเทศมีความทึ่งในสรรพคุณและศักยภาพของสมุนไพรไทยอย่างมาก
ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมหนึ่งของงาน“Thai Herb InnoBiz Network 2017” ที่กระทรวงพาณิชย์จัดควบคู่กับงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ” ครั้งที่ 14 ซึ่งมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 สค.-3 กย.60 นี้ ณ.อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพทางการค้าและการตลาดสมุนไพรไทย และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ตลอดจนข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาดสินค้าสมุนไพรของผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้เสียทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนสร้างเครือข่ายและโอกาสทางการค้าของสินค้าสมุนไพรไทยแบบยั่งยืนในอนาคต
นางสาวชนินทร กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันความต้องการใช้สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการในการบริโภคเพื่อการสร้างเสริมและดูแลสุขภาพรวมถึงความต้องการในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสมุนไพรต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความหลากหลายในการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ส่งผลให้สมุนไพรถูกนำไปใช้ในอุตสากรรมหลายประเภทและสมุนไพรบางรายการก็เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและผู้ผลิตเป็นอย่างสูงและสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่ชุมชนรู้จักสรรพคุณและนำมาใช้ประโยชน์กว่า 1,800 ชนิด และมี 300 ชนิดที่เป็นวัตถุดิบสมุนไพรที่หมุนเวียนในท้องตลาด ส่วนด้านการตลาด ปัจจุบันไทยส่งออกสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ปีละไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสมุนไพรสดมีมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท สารสกัดจากสมุนไพรมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น สบู่ แชมพู และผลิตภัณฑ์รักษาผิวที่ใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสม ในขณะที่ตลาดโลกยอดตัวเลขในอุตสาหกรรมสมุนไพรในตลาดโลกมีมูลค่ารวมกันประมาณ 9.18 หมื่นล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
โดยประเทศที่มีมูลค่าทางการตลาดของสมุนไพรที่สูง ได้แก่ ประเทศเยอรมนี ประเทศญี่ปุ่น และประเทศฝรั่งเศส เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าตลาดสมุนไพรในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาก็มีอัตราการขยายตัวของการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องจากได้เริ่มมีความตะหนักถึงความสำคัญของการใช้สมุนไพรและยาแผนโบราณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดสมุนไพรและยาแผนโบราณในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตลาดสมุนไพรที่มีอัตราการขยายตัวที่มากที่สุด โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเป็นประมาณร้อยละ 9.1 ต่อปี และสำหรับอัตราการขยายตัวของการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรในแต่ละประเทศอยู่ที่ระว่างร้อยละ3-12 ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพสูงที่สุดในตลาดสมุนไพร ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอาง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560 – 2564 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศและต่างประเทศ และยกระดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน
โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร โดยมีพืชสมุนไพรเป้าหมาย 4 ชนิด ได้แก่ บัวบก ไพล กระชายดำ และขมิ้นชัน มุ่งแปรรูปเพื่อป้อนในตลาดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สินค้าประเภทโภชนาเภสัช ผลิตภัณฑ์ประเภทเวชสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางพร้อมทั้งยกระดับพืชสมุนไพรทั้ง 4 ชนิดขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์ Thailand’s Signature ตลาดระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย



