สักครั้งในชีวิตต้องมากราบพระบรมศพ
เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9
วันที่ 4 กันยายน 2560 บรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นวันที่ 306 โดยเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้ประชาชนแต่งกายด้วยชุดดำสุภาพจากทั่วประเทศ อาทิ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ตาก นครราชสีมา ชลบุรี ฯลฯ เดินแถวเข้ามาตั้งแต่เวลา 05.00 น. ท่ามกลางอากาศร้อนและแดดจัดตั้งแต่เช้าตรู่
นางธนพร เจียมจำนรรจา
นางธนพร เจียมจำนรรจา แม่บ้าน อายุ 38 ปี เดินทางมาพร้อมกับแม่และลูกชายจากเขตดุสิต กล่าวหลังจากขึ้นกราบพระบรมศพว่า ปลื้มใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสมาถวายความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยส่วนตัวชื่นชอบที่พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องความประหยัดและความพอเพียง อย่างที่เราเห็นในพระราชจริยวัตรประจำวัน ขณะเดียวกันทรงสอนให้คนไทยรักและสามัคคีกัน จากความประทับใจในจุดนี้ จึงนำเอาหลักง่ายๆ นี้มาสอนลูกชายให้ดูพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง เรียกว่า เดินตามรอยพ่อ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตบนความพอเพียง เพราะสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกอย่างจริงๆ
นางสาววีณา จันกัน (ซ้ายสุด)
ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริหลายพันโครงการ อาทิ โครงการแก้มลิง เพื่อกักเก็บน้ำ ช่วยให้ประชาชนดำรงชีพอยู่ได้อย่างยั่งยืนและมีความสุข คือแรงกระตุ้นให้ นางสาววีณา จันกัน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง วัย 29 ปี เดินทางมากราบพระบรมศพ โดยเจ้าตัวเผยว่า เธอโชคดีมีโอกาสได้มาสองครั้งแล้ว ครั้งแรกมากับบริษัท ส่วนครั้งนี้พาเพื่อนและน้องสาวมา และถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาอีกเรื่อยๆ เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงพระราชพิธีที่สำคัญแล้ว นอกจากนี้ในส่วนของการดำเนินชีวิตและการทำงานนั้น ตัวเองได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านเรื่องความอดทน ความมานะ ความพยายาม และความพอเพียง มาใช้
บุญนำ-ชุติมา ลินิฐฎา
ขณะที่สองสามีภรรยาอดีตข้าราชใต้เบื้องพระยุคลบาท นายบุญนำ ลินิฐฎา อดีตข้าราชการกรมศิลป์ วัย 71 ปี และ นางชุติมา ลินิฐฎา ข้าราชการครูนาฏศิลป์อัตราจ้างพิเศษ วัย 65 ปี เดินทางมาจากจังหวัดตาก เผยความรู้สึกหลังกลับลงมาจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทว่า ทั้งรู้สีกเสียใจและเสียดาย ที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต โดยฝ่ายภรรยา นางชุติมา เผยว่าในฐานะที่ตัวเองเป็นครู จึงน้อมนำในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องความตรงไปตรงมา และความซื่อสัตย์ รวมถึงความพอเพียง เน้นใช้ของและสินค้าของไทย ของพื้นบ้าน เป็นต้น เช่นเดียวกับสามี นายบุญนำ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงทำแต่สิ่งดีมีประโยชน์ต่อประชาชนในทุกด้าน วันนี้จึงเดินทางมากราบพระบรมศพสักครั้งในชีวิต และสำหรับตัวเองนั้นแบบอย่างของพระองค์ที่น้อมนำมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตมาจนถึงวันนี้คือ ความซื่อสัตย์และความขยันหมั่นเพียร เพราะมั่นใจว่าเป็นข้อปฏิบัติที่ทุกคนจะสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ และทำให้ดำรงชีพได้อย่างมีความสุข



