
คนไทยตีคนไทย...อย่างนี้รักชาติตรงไหน
กรณีคนไทยตีคนไทยกันเอง ที่บริเวณเขาพระวิหารเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า คำว่า "ความรักชาติ" ของคนไทยกลุ่มต่างๆ นั้นตีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และไม่ควรจะเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
ฝ่ายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ไปประกาศทวงคืนเขาพระวิหารเรียกตัวเองว่าเป็นคนรักชาติ ชาวบ้านที่ศรีสะเกษที่รวมตัวกันต่อต้านกลุ่มพันธมิตรก็ประกาศตนว่ารักชาติ และบอกว่ากลุ่มพันธมิตรเป็นคนสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติสร้างความตึงเครียดขึ้นมาโดยการเผชิญหน้ากับกลุ่มกัมพูชา
คนไทยที่เป็นเจ้าของถิ่นที่นั่นมองว่าพันธมิตรเข้ามาแทรกแซงก้าวก่ายเรื่องโดยไม่จำเป็น แต่พันธมิตรมองว่านี่เป็นเรื่องระดับชาติที่จำเป็นจะต้องมีการแสดงจุดยืน
ทั้งสิ้นทั้งปวงนี้อาจจะไม่มีฝ่ายใดถูก ไม่มีฝ่ายใดผิด อาจจะถูกทั้งสองฝ่ายด้วยซ้ำไป แต่ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นก็คือการปะทะด้วยกำลัง เพราะความรักชาติไม่ได้เกิดขึ้นด้วยการแสดงออกด้วยความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายกันอย่างที่เห็น
แสดงชัดเจนอีกเช่นกันว่า คนไทยมองไม่เห็นว่าผลประโยชน์ส่วนรวมคืออะไร มองได้แต่เพียงผลประโยชน์ส่วนกลุ่มของตัวเองเท่านั้น ในกรณีเช่นนี้ต้องมองใหม่ว่า คำว่า "ความรักชาติ" กับ "ความคลั่งชาติ" หรือการแอบอ้างความรักชาตินั้นมีความหมายแตกต่างกันอย่างไร
อย่างกรณีที่เอแบคโพลล์สำรวจคนไทยล่าสุดว่าการร้องเพลงชาติเป็นการแสดงถึงความรักชาติหรือไม่ ถ้าถามง่ายๆ ก็คงจะตอบง่ายๆ นั่นก็คือว่าคงไม่เกี่ยวกัน คนร้องเพลงชาติอาจจะไม่ใช่คนรักชาติก็ได้
แต่เนื้อหาจริงๆ นั้นแปลว่า ใครก็ตามแต่ที่ร้องเพลงชาติต้องเข้าใจเนื้อหาและต้องรู้ด้วยว่าคำว่าความรักชาติมีมากกว่าการแสดงออกด้วยการร้องเพลงเท่านั้น
ฉะนั้นไปๆ มาๆ การถกกันว่า ใครรักชาติมากกว่าใครจึงไม่ใช่สาระ สาระอยู่ที่ว่าใครทำอะไรเพื่อส่วนรวมเพื่อประเทศชาติจริงๆ ต่างหาก จึงจะเรียกได้ว่านั่นคือความรักชาติ
สุทธิชัย หยุ่น



