
ทุกข์ซ้ำซากของคนคุก
ยุคเศรษฐกิจตกต่ำ คนจนหัวใสทั่วทุกหนแห่งไม่ว่าจะมุมไหนในโลกมักจะเอาตัวรอดด้วยวิธีการคล้ายๆ กันนั่นก็คือ หาทางเข้าคุก หวังอยู่ฟรีกินฟรีอย่างสบายใจเฉิบ
แต่กลวิธีนี้ทำท่าจะไม่ได้ผล หากเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วแดนดินถิ่นอินทรีอเมริกา ซึ่งต่างประสบปัญหากันถ้วนหน้าเมื่อถูกตัดงบประมาณครั้งใหญ่สุด จนต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยการโยนภาระทั้งมวลคืนให้ผู้ต้องขังผ่านการเรียกเก็บค่าห้องขังและค่าอาหารทุกมื้อ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่เรือนจำแต่ละแห่งจะเรียกเก็บกันเอง
ผู้เป็นต้นคิดกลวิธีแก้ปัญหาคนล้นคุกนี้ก็คือ นายเจมส์ เทดิสโค ส.ส.รัฐนิวยอร์ก สังกัดพรรครีพับลิกัน ที่เสนอร่างรัฐบัญญัติฉบับหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันในชื่อไม่เป็นทางการว่า "ร่างรัฐบัญญัติแมดดอฟฟ์" ตามชื่อนายเบอร์นาร์ด แมดดอฟฟ์ อัครมหาเศรษฐีที่ถูกจับในคดีหลอกลวงชาวบ้าน เตรียมบังคับให้นักโทษที่มีฐานะร่ำรวยหรือนักโทษประเภทล้มบนฟูกต้องจ่ายค่าห้องขังและค่าอาหารคืนละ 90 ดอลลาร์
ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ก็มีการเสนอร่างกฎหมายคล้ายคลึงกับที่นิวยอร์ก แต่ปรานีมากกว่า โดยจะคิดค่าห้องขังและอาหารวันละ 5 ดอลลาร์ ยกเว้นถ้าเป็นนักโทษทุพพลภาพหรือพิการต้องเสียค่าบริหารมากขึ้นเป็นวันละ 10 ดอลลาร์ เฉลี่ยแล้วต้องจ่ายค่าอยู่คุกถึงปีละ 3 แสนดอลลาร์ ยิ่งกว่ารีดเลือดกับปูเสียอีก
ขณะที่เรือนจำเมืองฟินิกซ์ ในรัฐอริโซนา ได้แก้ปัญหานักโทษล้นคุกด้วยการเสือกไสให้ไปนอนหน้าคุกท่ามกลางอุณหภูมิสูงถึง 37 องศาเซลเซียส หรืออาจลดต่ำลงถึงติดลบ 37 องศาเซลเซียส หลังจากบังคับเรียกเก็บค่าอาหารจากคนคุกมื้อละ 1.25 ดอลลาร์ ตอบโต้ที่นักโทษรวมหัวกันประท้วงเรื่องอาหารว่ากระเดือกไม่ลงจริงๆ ขนมปังก็ขึ้นรา แถมไส้กรอกก็เหม็นหืน
ด้านเรือนจำเมืองริชมอนด์ ในรัฐเวอร์จิเนีย ได้เริ่มต้นคิดค่าห้องขังคืนละ 1 ดอลลาร์ ผิดกับเรือนจำเมืองทานีย์ในรัฐมิสซูรี ที่รีดเงินค่าห้องขังถึงวันละ 45 ดอลลาร์ เพื่อลดภาระการจัดสร้างเรือนจำแห่งใหม่ที่ต้องใช้งบประมาณสูงถึง 27 ล้านดอลลาร์
ที่น่าขันก็คือ นักการเมืองท้องถิ่นบางคนในรัฐไอโอวาได้คิดแก้ปัญหาด้วยการจะเรียกเก็บค่ากระดาษชำระจากนักโทษ แต่แผนการนี้ก็มีอันยกเลิกไป เมื่อมีคนประท้วงกันมาก
อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนต่างไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเรือนจำครั้งนี้ ให้เหตุผลว่า นักโทษส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนยากจนที่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าคุก คนที่ต้องแบกรับภาระหาใช่ใครอื่น ล้วนแต่เป็นคนในครอบครัวทั้งนั้น เลยไม่รู้ว่าจะลดภาระหรือเพิ่มภาระให้แก่สังคมกันแน่
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



