ข่าว

สั่งสอบพยาน เหตุตร.ล้อมจับเเว้น-หนีกระเจิงชนกันดับ

สั่งสอบพยาน เหตุตร.ล้อมจับเเว้น-หนีกระเจิงชนกันดับ

02 ก.ย. 2560

รองโฆษก ตร.เผย ผบก.น.3สั่งสอบพยานหาข้อเท็จจริง เหตุตร.ล้อมจับเเว้น-หนีกระเจิงชนกันตาย ย้ำ!!ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย



          2 ก.ย. 60 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการกวาดล้างจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ซิ่งบนทางสาธารณะ บริเวณถนนสุวินทวงศ์ พื้นที่ สน.ลำผักชี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า การปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการและยุทธวิธีปิดประตูตีแมว โดยการใช้รถบรรทุกปิดถนน เพื่อสกัดจับรถจักรยานยนต์ซิ่ง แต่ระหว่างการจับกุม กลุ่มรถจักรยานยนต์ได้แยกย้ายหลบหนี จึงเกิดการเฉี่ยวชนกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

สั่งสอบพยาน เหตุตร.ล้อมจับเเว้น-หนีกระเจิงชนกันดับ


          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทาง พล.ต.ต สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 ได้สั่งการให้เชิญพยานและผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพื่อสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และให้รายงานผลให้ทราบภายใน 3 วัน โดยยืนยัน จะไม่ปกป้องบุคคลใดหากทำผิด และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมย้ำด้วยว่า การปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นไปตามยุทธวิธี และประสบการณ์ในการจับกุมกลุ่มรถจักรยายนต์ซิ่ง ที่มีแผนดำเนินการชัดเจนมาโดยตลอด

สั่งสอบพยาน เหตุตร.ล้อมจับเเว้น-หนีกระเจิงชนกันดับ


          ด้าน พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผบก.น.3 กล่าวว่า เหตุดังกล่าวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งด่านสกัดจับกุมเด็กแว้น แต่เป็นการสนธิกำลังระหว่าง ตำรวจจากบก.น.3 บก.สปพ.191 บก.ทท. ทหาร รวมกว่า 200 นาย มีการวางแผนประจำจุดตั้งแต่เวลา 22.00 น. โดยให้ชุดนอกเครื่องแบบประจำอยู่ในซอย ส่วนตำรวจในเครื่องแบบให้ขับรถตระเวนไปตามจุดที่มีการแข่งรถ หากพบก็จะเปิดไซเรนกวดขันจับกุม โดยหวังว่า เมื่อกลุ่มเด็กแว้นพบเจ้าหน้าที่ก็จะหลบเข้าไปในซอยซึ่งจะถูกตำรวจที่ดักไว้จับกุมในที่สุด แต่ก่อนเกิดเหตุกลุ่มเด็กแว้นกลับขี่รถหนีไปตามถนนไม่ยอมเข้ามาในซอย อีกทั้งเป็นช่วงดึก ถนนโล่ง เด็กแว้นจึงขับขี่รถกันด้วยความเร็วสูง จนรถของตำรวจขับตามไม่ทัน เมื่อตามไปทัน ก็พบว่าเกิดการเฉี่ยวชนกันข้างหน้ามีผู้บาดเจ็บนอนเกลื่อนเต็มถนนแล้ว ตอนนี้ทางบก.น.3 จะทำการสอบสวนทางตำรวจหัวหน้าชุดจับกุม พยานที่มุงดูในจุดเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บและเจ้าหน้าที่มูลนิธิซึ่งประจำจุดใกล้ที่เกิดเหตุแล้ววิ่งไปดูเหตุเป็นคันแรก พร้อมกับไล่กล้องวงจรปิด เพื่อสรุปว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยใช้เวลาในการสอบสวน 3 วันจึงจะสรุปผลดังกล่าว

สั่งสอบพยาน เหตุตร.ล้อมจับเเว้น-หนีกระเจิงชนกันดับ


          พ.ต.อ.ชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนตำรวจที่ขับรถไล่ตาม พบว่าทางเจ้าหน้าที่ไปไม่ทันตอนเกิดเหตุ เนื่องจากรถจยย.ของกลุ่มเด็กแว้นขี่หนีด้วยความเร็ว ส่วนตำรวจที่อยู่ในซอยก็ไม่เห็นเหตุการณ์ ถึงตอนนี้จึงต้องพิจารณาว่าเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของใคร เพราะตอนเกิดเหตุมีรถเกี่ยวล้ม ต้องตรวจสอบว่ารถคันใดเสียหลักจนทำให้เกิดการเกี่ยวกันจนรถจยย.ล้มเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นตกไปในคลอง ทางมูลนิธิเป็นคนนำร่างมาเพื่อช่วยเหลือแต่ไม่ทันการณ์ ซึ่งทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดไม่มีใครสวมหมวกกันน็อกเลย ตอนนี้ได้เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริงในคดีนี้ต่อไป.