ข่าว

"ทนง"ห่วงรัฐหาเงินไม่พอใช้หนี้มองจีดีพีไม่โตตามเป้า

"ทนง"ห่วงรัฐหาเงินไม่พอใช้หนี้มองจีดีพีไม่โตตามเป้า

22 ก.ย. 2552

"ทนง" ชี้แผนไทยเข้มแข็งไม่เดินตามเป้า หนุนเศรษฐกิจโตได้ไม่ถึงปีละ 5% มองช่วง 2-3 ปีข้างหน้าขยายตัว 2-3% ต่อปี ห่วงรัฐหาเงินชำระหนี้ไม่พอ แนะรัฐเร่งหาตลาดส่งออกเพิ่ม คลังเผยงบก้อนแรกเริ่มเบิกจ่ายสัปดาห์นี้

 ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บริบทการเงินใหม่ หลังวิกฤติเศรษฐกิจโลก" ในการประชุมเชิงวิชาการด้านเศรษฐกิจมหภาคและบัญชีประชาชาติ ประจำปี 2552 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยประเมินว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า จะขยายตัวในอัตรา 2-3% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพของประเทศที่อัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ต่อปี

 ทั้งนี้ การลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล อาจไม่เป็นไปตามระยะเวลา 3 ปีตามที่กำหนด เพราะมีอุปสรรคมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนกฎหมาย ความโปร่งใส และกติกาที่ชัดเจน แต่ก็เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ที่เน้นแก้ไขปัญหาโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากลัวในการลงทุนครั้งนี้คือ การวางแผนลงทุน โดยไม่ได้คำนึงถึงแนวทางการชำระหนี้ในอนาคต และรัฐบาลจะแก้ไขภาระที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

 "การประเมินว่าจีดีพีจะเติบโตในอัตรา 5% ต่อปีนั้น เป็นการมองในแง่ดีเกินไป ซึ่งผมเชื่อว่าไม่เป็นอย่างนั้น และเมื่อเศรษฐกิจไม่สามารถเติบโตในระดับคาดการณ์ได้ ก็จะกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ และการกู้เงินในประเทศเยอะไปก็จะกระทบต่อเครดิตของประเทศ เพราะถ้าปั๊มเงินเข้าไปในระบบโดยไม่สะท้อนศักยภาพของประเทศ ในที่สุดก็จะอาจเกิดปัญหาเงินเฟ้อที่รุนแรง" ดร.ทนงกล่าว

 ดร.ทนงกล่าวด้วยว่า ขณะนี้การบริโภคในประเทศยังไม่ได้กระเตื้องมากนัก และการผลิตก็ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ จึงเป็นประเด็นที่รัฐต้องเร่งผลักดัน โดยเฉพาะการหาตลาดส่งออกใหม่ แต่ที่ผ่านมา รัฐกลับดูแลภาคธุรกิจส่งออกน้อย เน้นไปที่การอัดฉีดเงินเพื่อสร้างการบริโภคในประเทศ ซึ่งช่วยเศรษฐกิจได้บ้าง แต่จะไม่ช่วยภาคการผลิตที่ยั่งยืน

 นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า เงินงบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งรอบแรกของปีงบประมาณ พ.ศ.2552 จะเริ่มเบิกจ่ายได้ในสัปดาห์นี้ โดยเป็นเงินเพิ่มทุนสถาบันการเงินของรัฐ 5 แห่ง รวมจำนวน 1.45 หมื่นล้านบาท โดยเบิกจ่ายรอบแรกในวันที่ 21 กันยายนนี้ ส่วนงบไทยเข้มแข็งของปี 2553 ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า มีการอนุมัติโครงการของกรมทางหลวงแล้ว และเมื่อได้รับจัดสรรเงินงบประมาณก็พร้อมเบิกจ่ายได้เป็นกลุ่มแรก

 "ขั้นตอนวิธีการใช้จ่ายเงินนั้น หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องเปิดบัญชีเงินฝากคลังเฉพาะสำหรับงบไทยเข้มแข็งไว้กับธนาคารรัฐวิสาหกิจ และเบิกจ่ายเหมือนงบประมาณปกติ และเมื่อ ครม.อนุมัติและได้รับจัดสรรงบประมาณก็ดำเนินงานตามแผนงานต่อไป" นพ.พฤฒิชัย กล่าว