ข่าว

สนช.รับหลักการกม.ตั้งคนร.-ซูเปอร์บอร์ดคุมรัฐวิสาหกิจ

สนช.รับหลักการกม.ตั้งคนร.-ซูเปอร์บอร์ดคุมรัฐวิสาหกิจ

01 ก.ย. 2560

สนช.รับหลักการกม.ตั้งคนร.- ซูเปอร์บอร์ด คุม 11 รัฐวิสาหกิจ ด้านสนช.ห่วงการเมืองแทรกแซงนั่งเก้าอี้

             1 ก.ย.60 ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ....ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการปฏิรูปการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ การเปิดเผยข้อมูล การประเมินผลการดำเนินงาน และกำหนดกระบวนการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งให้มีการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ทำหน้าที่ในฐานะผู้ถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทแทนกระทรวงการคลัง  
            ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจหรือ"คนร."โดยมีหน้าที่ทั้งสิ้น 15 ด้าน อาทิ จัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจเพื่อเสนอต่อครม. กำหนดสัดส่วนต่อครม.เกี่ยวกับนโยบายการกำกับดูแลให้หน่วยงานรัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ ให้ความเห็นชอบการโอนหุ้นของรัฐวิสาหกิจในกำกับของกระทรวงเจ้าสังกัดที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดให้แก่บรรษัท  เสนอความเห็นต่อครม.ในการควบหรือยุบเลิกรัฐวิสาหกิจและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนให้หุ้นที่บรรษัทถือครองจนพ้นสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจหรือทำให้เป็นรัฐวิสาหกิจ
             ทั้งนี้โครงสร้างของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจหรือคนร.ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานคนร. รองนายกฯที่นายกฯมอบหมายหนึ่งคนทำหน้าที่รองประธานคนร. จากนั้นจะเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รมว.คลัง รัฐมนตรีอื่นที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)แต่งตั้งจำนวน 2 คน ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยสำนักงบประมาณ และประธานกรรมการบริษัท นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ครม.แต่งตั้งอีกจำนวน 5 คน รวมเป็น 15 คน
             นอกจากนี้ร่างพ.ร.บ.ยังกำหนดให้มีการจัดตั้ง"บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ" ขึ้นเป็นนิติบุคคล โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจในกำกับของบรรษัทและกำกับดูแลการประกอบการของรัฐวิสาหกิจในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่ง"บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ"มีทุนหนึ่งพันล้านบาท และภาย 180 วัน ให้ คนร.สั่งการให้โอนหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถืออยู่ในรัฐวิสาหกิจจำนวน 11 แห่ง ให้กับ"บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ"  ส่วนการบริหารนั้นให้ คนร.แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้จากการสรรหาจำนวน 9  คน เป็นกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ดำเนินกิจการของบรรษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย
                จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกได้อภิปราย โดยสมาชิก เช่น พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร นายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์  นายกิตติวะสีนนท์ นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ นายวรพล โสคติยานุรักษ์ อภิปรายแสดงความเป็นห่วงถึงการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคนร.และกรรมการบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ในอนาคตฝ่ายการเมืองที่ไม่ดีอาจใช้ช่องทางในการแต่งตั้งคนร.ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อแทรกแซงกิจการของรัฐวิสาหกิจ จึงอยากให้มีการพิจารณาเพื่อหาทางป้องกันปัญหาในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ในการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นและตัวแทนจากรัฐวิสาหกิจ

 
                ด้าน นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ชี้แจงว่า การจัดทำนโยบายของรัฐวิสาหกิจในอนาคตจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การขับเคลื่อนของรัฐวิสาหกิจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนข้อห่วงใยเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการคนร.ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒินั้นในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเอาไว้ชัดเจน ซึ่งทำให้ครม.ไม่สามารถแต่งตั้งใครมาเป็นดำรงตำแหน่งก็ได้
            รมช.คลัง กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน การแต่งตั้งกรรมการคนร.ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจะดำเนินการภายใต้ระบบการสรรหา ซึ่งจะมีต้นทางจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจก่อนส่งมาให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา โดยคณะกรรมการสรรหาดังกล่าวจะประกอบไปด้วยอดีตข้าราชการระดับสูง จึงคิดว่ากระบวนการสรรหาที่ให้บุคคลเหล่านี้ดำเนินการนั้นปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์และไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะเป็นส่วนช่วยให้ได้มาซึ่งกรรมการคนร.จากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง
                      ภายหลังอภิปรายเสร็จสิ้นที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการวาระแรกด้วยคะแนน 169 เสียง งดออกเสียง  5 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 29 คน แปรญัตติภายใน 15 วันและกำหนดกรอบเวลาที่ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วันก่อนส่งกลับมายังที่ประชุมสนช.เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบอีกครั้ง