ข่าว

หลอกข้ามโลก...ตุ๋นนักธุรกิจเล่นหุ้น

หลอกข้ามโลก...ตุ๋นนักธุรกิจเล่นหุ้น

22 ก.ย. 2552

เบาะแสที่ได้รับจากตำรวจสากลเพียงน้อยนิด ทว่าก็มากพอให้ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวแกะรอยไปจนถึงแก๊งต้มตุ๋นชาวต่างชาติจนสามารถตามรวบได้ยกแก๊ง !?!

 พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. ได้รับการประสานงานจากตำรวจสากลว่า มีกลุ่มคนร้ายชาวต่างชาติร่วมกันจัดตั้งบริษัทปลอมขึ้นมาหลายบริษัท แล้วหลอกลวงผู้เสียหายร่วมลงทุนผ่านอินเทอร์เน็ต สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยตำรวจสากลมีเบาะแสแค่เพียงหมายเลขไอพีแอดเดรสและพร็อกซี่ ที่คนร้ายใช้ในการกระทำผิดเท่านั้น

 หลังได้รับการประสานงาน พ.ต.ท.พันธนะ นุชนารถ รอง ผกก.1 บก.ทท. ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ แก้วยอด ร.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงศ์แดง รอง สว.งานสืบสวน พร้อมชุดสืบสวน จึงเริ่มแกะรอยคนร้ายจากเว็บไซต์ที่ชักชวนเล่นหุ้น 3-4 แห่ง พบว่าเป็นเว็บไซต์ที่แนะนำเกี่ยวกับการเล่นหุ้นถูกต้อง แต่ที่หน้าเว็บเพจจะมีไอคอนเล็กๆ ปรากฏขึ้นมา พร้อมเบอร์โทรศัพท์ต่างประเทศให้คำปรึกษาแนะนำการลงทุนหากเกิดความสงสัย

 ชุดสืบสวนจึงขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพร็อกซี่และไอพีแอดเดรสเว็บเพจต้องสงสัย กระทั่งทราบว่ามีการติดต่อสื่อสารกันแถบประเทศยุโรปหลายประเทศ โดยมีต้นทางอยู่ในเมืองไทย แต่จากการตรวจสอบชื่อบริษัทที่อยู่หน้าเว็บไซต์กลับไม่พบข้อมูลอยู่ในทะเบียนบริษัทกระทรวงพาณิชย์ จึงตรวจสอบที่ตั้งของไอพีแอดเดรสข้างต้น กระทั่งพบว่ามาจากบ้านเลขที่ 58/2 ซอยทองหล่อ 22 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จึงวางกำลังซุ่มโป่งคอยสังเกตดูพฤติกรรม

 เป็นเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์ที่ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวเฝ้าสังเกตดูความเคลื่อนไหวบุคคลภายในบ้านปูนสองชั้น บนเนื้อที่ 200 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด แต่มีสิ่งผิดสังเกตให้จับพิรุธได้คือ แทนที่จะมีพนักงานเข้าออกตามออฟฟิศไทม์ (office time) กลับมีแต่ชาวต่างชาติเข้าออกพลุกพล่าน และส่วนใหญ่เข้าออกเวลาบ่าย 3 โมงยัน 4 ทุ่มแทบทุกวัน

 ความผิดปกตินี้สอดคล้องกับข้อมูลหลายอย่างที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ทั้งไอพีแอดเดรสเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอกลวงนักลงทุนชาวต่างชาติ สถานที่ตั้ง รวมถึงห้วงเวลาของเหยื่อที่ถูกหลอกลวง ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติ เวลาทำงานของแก๊งต้มตุ๋นจึงเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างช่วงบ่ายกับก่อนเที่ยงคืน ซึ่งจะตรงกับช่วงกลางวันในประเทศแถบยุโรป

 เมื่อได้หลักฐานพร้อมมูลชุดสืบสวนจึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนตัดสินใจขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย พบเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 7 เครื่อง โน้ตบุ๊ก 6 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 31 เครื่อง เซิร์ฟเวอร์ 3 เครื่อง และเอกสารจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงควบคุมตัว ลิซ่า บาร์นเนส วัย 39 ปี แคโรลีน เฮเลน วัย 32 ปี ปีเตอร์ โทมัส วัย 37 ปี ทิม ซิลินสกี้ วัย 26 ปี ทั้งหมดเป็นคนสัญชาติอังกฤษ และ มาวิซ แบ็กเคย์ เปียเนีย สาวตากาล็อกฟิลิปปินส์ วัย 30 ปี ซาเวียร์ เบอร์กี้ หนุ่มเมืองน้ำหอม วัย 39 ปี มาสอบสวน

 ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญระบบคอมพิวเตอร์ พบว่าชาวต่างชาติทั้งหมดแอบอ้างชื่อบริษัทที่ลงทุนเล่นหุ้นที่มีอยู่จริงในต่างประเทศมาถึง 23 บริษัท หลอกลวงผู้เสียหายจากทุกมุมโลก โดยในเซิร์ฟเวอร์มีรายชื่อลูกค้าและอีเมลซึ่งเป็นนักลงทุนในต่างประเทศมากกว่า 2 หมื่นรายชื่อ ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น, ร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

 "ผู้ต้องหาได้ใช้ชื่อบริษัทปลอมและเอกสารปลอมทุกอย่าง ยกเว้นหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ของบริษัทที่มีอยู่จริง เมื่อลูกค้าชาวต่างชาติโทรศัพท์เข้าไปก็ใช้วิธีดักข้อมูลไว้ในกล่องรับข้อความเสียง แล้วติดต่อกลับไปภายหลัง เพื่อให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าโดยตรง หากลูกค้าหลงเชื่อยอมลงทุน กลุ่มผู้ต้องหาจะให้ลูกค้าโอนเงินค่าหุ้นไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ ในหลายประเทศทั่วทวีปยุโรป" พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก.กล่าว

 สำหรับบ้านที่ผู้ต้องหาใช้เป็นสถานที่กระทำความผิดนั้น ชุดสืบสวนบอกว่าได้เช่าอาศัยอยู่ในราคาเดือนละ 1 แสนบาท โดยเช่าประกอบการมานานแล้ว เบ็ดเสร็จเชื่อว่าแก๊งนี้ได้สร้างความเสียหายเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท แต่การสอบสวนในชั้นนี้ยังไม่พบนักลงทุนชาวไทยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากต่างแดนกลุ่มนี้