
"โฆษกศาล"แจงข้อก.ม.ฎีกาคดี"สรยุทธ -ไร่ส้ม"
"โฆษกศาล"แจงข้อก.ม.ฎีกาคดี "สรยุทธ - ไร่ส้ม"ยื่นฎีกาข้อเท็จจริงได้หากมีผู้พิพากษาในสำนวน-อัยการสูงสุด เซ็นรับรองฎีกาชี้มีข้อสำคัญพิจารณาตามป.วิอาญา
1 ก.ย.60 นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม อธิบายข้อกฎหมายและชี้แจงขั้นตอนการยื่นฎีกา ในคดีที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำคุกนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 51 ปี อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดังและกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม กับพวกในความผิดฐานสนับสนุนพนักงานรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบ , เป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตเสียหายแก่องค์กรและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายฯ แก่ บมจ.อสมท ว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 6 กระทง ๆ ละ 3 ปี 4 เดือน เเละเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน จึงเป็นคดีต้องห้ามฎีกา ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคเเรก ที่ระบุว่าในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี หรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับแต่โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ซึ่งคดีนี้มีการลงโทษกระทงละ 3 ปี 4 เดือน เท่ากับลงโทษกระทงละไม่เกิน 5 ปี จึงเป็นคดีต้องห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง
นายสืบพงษ์ กล่าวอธิบายอีกว่า คดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เเต่ในข้อกฎหมายตัวจำเลยยังสามารถฎีกาได้ไม่มีปัญหา ส่วนการจะยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นจะต้องดำเนินการ ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.221 ซึ่งบัญญัติเกี่ยวกับคดีต้องห้ามฎีกาไว้ว่า ถ้าผู้พิพากษาคนใดที่เป็นผู้พิจารณาสำนวน หรือผู้พิพากษาที่ลงชื่อทำความเห็นแย้งในคดีนี้ไม่ว่าจะเป็นศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา หรือกรณีที่อัยการสูงสุดลงชื่อรับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้สามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้



