
ทำไมแดงถึงไม่เดือด ?
โล่งอกโล่งใจไปตามๆ กัน หลังคนเสื้อแดงมารำลึกความหลังเมื่อครั้งรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ถูกคณะนายทหารที่เรียกตัวเองว่า คมช. ยึดอำนาจไปเมื่อ 3 ปีก่อน
เป้าหมายที่ว่ากันในตอนนั้น นอกจากจะไล่อำมาตย์แล้ว ยังส่งสัญญาณว่าจะไปเยี่ยมบ้านสี่เสาฯ บ้าง ป.ป.ช.บ้าง
หน่วยข่าวถึงกับวิเคราะห์กันว่า ถึงเหตุจะไม่เกิดจากคนเสื้อแดง แต่มือที่สามก็น่าจะฉวยจังหวะที่ม็อบเคลื่อนลงมือสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมือง
แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาด
ถึงแม้ว่าจะเป็นผลดีต่อชาติบ้านเมือง แต่ก็น่าคิดว่า ทำไมถึงไม่ได้เป็นไปเหมือนเมื่อกลางเดือนเมษายน ที่บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ขณะเดียวกันภาพของทักษิณ เชื่อมวิดีโอลิงค์ด้วยหน้าตาถมึงทึงประกาศว่า "อย่ากลับบ้านมือเปล่านะพี่น้อง..."
ครั้งนี้ก็ใช่ว่าแกนนำจะลดน้อยถอยลง ถึงแม้จะแตกหน่อออกไปเป็น "แดงสยาม" เสียส่วนหนึ่ง
แต่ที่ถดถอยกลับเป็นจำนวนคนที่มาร่วมชุมนุมที่ฝ่ายตำรวจ-หน่วยข่าวประเมินล่วงหน้าไว้ว่า 2-3 หมื่นคนนั้น เอาเข้าจริง ไม่น่าจะเกิน 1 หมื่นคน
อาจเป็นเพราะสายฝนที่กระหน่ำลงมาตั้งแต่ช่วงบ่ายยาวนานกว่า 1 ชั่วโมง จนน้ำท่วมลานพระบรมรูปฯ สูงเกือบถึงหัวเข่า
ซึ่งหากคิดแบบชาวบ้านก็น่าจะหนาวกันบ้าง
มีอย่างที่ไหนชุมนุมทีไรฝนฟ้ากระหน่ำอย่างไม่ปรานีปราศรัย ที่สนามหลวงเมื่อก่อนหน้านี้ถึงกับเวทีล่ม
ที่ลานพระบรมรูปฯ วันเสาร์ เมื่อคนน้อยการเคลื่อนไปยังจุดที่ถูกวางเป็นเป้าหมายจึงไม่เกิดขึ้น !
นั่นคือบทสรุปของหน่วยข่าว ที่บังเอิญไปตรงกับสิ่งที่ทักษิณกระซิบบอกกับคนใกล้ชิดเมื่อก่อนวันรวมพล ว่า เหตุการณ์การชุมนุมจะเป็นอย่างไร ให้ดูที่จำนวนคนที่มาร่วมชุมนุม
อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่หน่วยข่าวได้ประเมินเอาไว้อย่างน่าสนใจนั้น คร่าวๆ แล้วมี 4 ข้อด้วยกัน
1.สามเกลอ ยังต้องการที่จะเดินบนถนนสายการเมือง และมุ่งหวังที่ได้รับความก้าวหน้าทางการเมือง
2.สามเกลอ พยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ที่พลาดท่าไปเมื่อเดือนเมษายน ถูกตราหน้าว่าใช้ความรุนแรงและเกิดผลกระทบต่อการนำของทั้งสาม ที่จากเดิมการตัดสินใจนั้นอยู่ในวงแคบ แต่ปัจจุบันกลับมีคณะกรรมการคณะใหญ่ 20-30 คน มาร่วมแสดงความคิดเห็น
3.มวลชนคนเสื้อแดง ที่หลายคนมุ่งหวังจะเข้ามาเพื่อการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ต้องการเป็นจำเลยที่จะต้องขึ้นโรงขึ้นศาล
4.จำนวนคนที่มานั้นเพียงแค่หลักหมื่น ไม่ถึงเรือนแสนอย่างที่แกนนำได้คุยไว้ล่วงหน้า การยื่นเงื่อนไข หรือขีดเส้นตาย นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการนำการชุมนุม
นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า นับจากนี้ไปการขับเคลื่อนของกลุ่มเสื้อแดงน่าจะค่อยๆ เปลี่ยนไป
ถึงแม้จะนัดหมายชุมนุมในวันที่ 6 ตุลาคม หรือ 14 ตุลาคม ก็น่าจะเป็นเพียงแค่การรำลึกถึงวันเก่าๆ แต่ก็ไม่อาจจะเคลื่อนไหวไปสู่จุดที่แตกหัก
แนวทางจากนี้ไปจึงน่าจะเน้นไปที่การให้แนวคิด จากที่เปิดโรงเรียนการเมืองขึ้นมาแล้ว การอบรม ยุทธวิธีการสร้างเครือข่าย ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปยังพรรคการเมือง
แต่ตรงนี้จะเป็นปัญหาโดยตรงกับทักษิณ
เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเช่นนี้ โดยที่ยังหาจุดหักเหไม่ได้ นานวันชาวเสื้อแดงก็จะค่อยๆ สิ้นหวังกับการรอคอยการกลับมาของทักษิณ
ทักษิณ เองก็ดูเหมือนจะรู้ตัวดีว่า การหักเอาด้วยพลังมวลชนนั้นถูกปิดเกมไปแล้วตั้งแต่เหตุการณ์เดือนเมษายนสิ้นสุดลง
สารรูปที่พูดผ่านวิดีโอลิงค์เมื่อค่ำวันเสาร์แววตาที่ขาดความฮึกหาญ ถุงใต้ตาแห้งคล้ำ เรียกร้องหาความปรองดอง ตายไม่ได้ทั้งเหลืองทั้งแดง
ถ้ามาแบบนี้ตั้งแต่แรกก็น่าจะช่วยชาติบ้านเมืองได้เป็นอักโขแล้ว
แต่เอาเถอะ ก็ต้องเรียกว่า "เสื้อแดง" ได้เลือกเส้นทางของตนเองแล้วที่จะวางรากฐานเพื่อต่อยอดการเมือง ใช้วิถีทางที่ควรจะเป็นในการเดินทางไปให้ถึงจุดหมาย ...ถึงจะเป็นจุดหมายที่หลายคนยังเคลือบแคลงก็ตามที
แต่ถามว่า นี่ใช่สิ่งที่สามเกลอต้องการอย่างแท้จริงหรือไม่
ในยามนี้ คงยากที่จะง้างปากเค้นเอาความจริงมาได้
หน่วยข่าวได้สรุปไว้ในตอนท้ายเพียงว่า เมื่อต้นทางของ "ท่อน้ำเลี้ยงทางใจ" จะเอาอย่างนี้ มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร !
นี่คือความเป็นของหน่วยข่าว ส่วนใครจะไปวิเคราะห์เป็นอย่างอื่น เช่นว่าเป็นเพราะ...มาได้แค่นี้แหละ หรือ เสื้อแดงมุ่งชุมนุมอย่างสันติตั้งแต่แรก
นั่นก็แล้วแต่ทัศนะ



