ข่าว

จับได้แล้ว“จระเข้”ในขุมน้ำสาธารณะใกล้หาดเลพังภูเก็ต 

จับได้แล้ว“จระเข้”ในขุมน้ำสาธารณะใกล้หาดเลพังภูเก็ต 

01 ก.ย. 2560

จับได้แล้วจระเข้ในขุมน้ำสาธารณะใกล้หาดเลพัง ภูเก็ต หลังทีมไกรทองแห่งลุ่มน้ำตาปีใช้เวลาร่วม2วัน2คืน รอนักวิชาการยืนยันเป็นจระเข้น้ำเค็มหรือน้ำจืด

 

          ปฏิบัติการไล่ล่าจระเข้ในขุมน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ใกล้กับหาดเลพัง ซึ่งเป็นจุดที่มีการบันทึกภาพของจระเข้ขณะว่ายน้ำอยู่ในทะเลไว้ได้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีการนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านโซเซียลมีเดียเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังได้รับรายงานนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทีมติดตามไล่ล่าจับตัวจระเข้ดังกล่าว โดยสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต ได้ประสานชุดไกรทองลุ่มแม่น้ำตาปี ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดภาคใต้ สุราษฎร์ธานี พร้อมผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชนลงสำรวจพื้นที่ และพบว่าจระเข้ตัวดังกล่าวได้มาหลบอยู่ในขุมน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ บริเวณใกล้กับหาดเลพังดังกล่าว จากนั้นก็ได้ลงมือปฏิบัติการ โดยประกอบกำลังเจ้าหน้าที่ สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต,ชุดไกรทองลุ่มแม่น้ำตาปี ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดภาคใต้ สุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ภูเก็ตค๊อกโคไดส์เวิลด์ รวมถึงกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านคลองปากบางป่าตอง

 

จับได้แล้ว“จระเข้”ในขุมน้ำสาธารณะใกล้หาดเลพังภูเก็ต 

 

          ล่าสุด เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 1 กันยายน 2560 ทีมปฏิบัติการไล่ล่าจระเข้ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงนายไพศาล สุขปุณพันธ์ เจ้าพนักงานประมงอาวุโส,ชุดไกรทองลุ่มแม่น้ำตาปี ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดภาคใต้ สุราษฎร์ธานี นายนิคม สุขสวัสดิ์ นายท้ายเรือ ส 2, เจ้าหน้าที่ภูเก็ตค๊อกโคไดส์เวิลด์ และชาวประมงพื้นบ้านคลองปากบาง ป่าตอง อ.กะทู้ สามารถจับกุมจระเข้ตัวดังกล่าวได้เรียบร้อยแล้ว หลังจากใช้ความพยายามมาเป็นเวลา 2 วัน 2 คืน โดยมีนายวิกรม จากที่ นายอำเภอถลาง นายไพบูลย์ บุญลิปตานนท์ ประมงจังหวัดภูเก็ต นางบุษยา ใจ เปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ประมงอำเภอถลาง คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดทั้งสองวัน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะนำจระเข้ดังกล่าวไปไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

          สำหรับการแผนปฏิบัติในคืนที่ผ่านมา ทางทีมไล่ล่าได้สำรวจหาจระเข้ที่หลบซ่อนอยู่ในขุมน้ำตั้งช่วงหัวค่ำของวันที่ 31 สิงหาคม 2560 โดยใช้ไฟส่องจากบนฝั่ง เมื่อเห็นแสงสีแดงจากดวงตาของจระเข้ที่กระทบกับไฟ ชุดปฏิบัติที่อยู่ในขุมน้ำก็จะนำอวนไปล้อมตรงจุดที่เห็น ซึ่งตลอดคืนที่ผ่านมาสามารถเห็นจระเข้เป็นระยะๆ แต่ด้วยความกว้างของบึงน้ำที่มีพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ และความลึกของระดับน้ำที่ประมาณ 10-15 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก โดยสามารถใช้อวนล้อมจระเข้จำนวน 2 ครั้ง วนรอบ 1-2 รอบ แต่ด้วยพละกำลังของจระเข้ที่มีอยู่ทำให้สามารถดิ้นหลุดออกไปได้ จนกระทั่งเวลา 03:30 น. จระเข้ถูกล้อมด้วยอวนเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความอ่อนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถล้อมตัวจระเข้ได้โดยต้องใช้อวนล้อมถึง 5 ชั้น จนสามารถจับจระเข้ดังกล่าวได้ ตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่า จะเป็นจระเข้น้ำเค็ม เพศผู้ มีความยาว 3 เมตร และเป็นตัวเดียวกับที่ปรากฏในโลกโซเชียลมีเดียที่มีการเผยแพร่ที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

 

จับได้แล้ว“จระเข้”ในขุมน้ำสาธารณะใกล้หาดเลพังภูเก็ต 

 

          นายไพศาล สุขปุณพันธ์ เจ้าพนักงานประมงอาวุโส สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต และนายนิคม สุขสวัสดิ์ นายท้ายเรือ ส 2 ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดภาคใต้ สุราษฎร์ธานี หรือชุดไกรทองลุ่มแม่น้ำตาปี ได้เล่าถึงการจับกุมจระเข้ในครั้งนี้ ว่า การจับได้ใช้วิธีการตรึงพื้นที่ปิดล้อมในจุดที่ตรวจพบว่าจระเข้ เพื่อเป็นการจำกัดพื้นที่ให้แคบลง และง่ายต่อการจับกุม และจากการเฝ้าระวังและใช้ความพยายามในการล้อมจับมา 2 วัน ทำให้จระเข้เองมีความอ่อนล้าอย่างมาก จึงทำให้จระเข้ว่ายเข้าหาฝั่ง จึงได้มีการวางแผนและแบ่งการทำงาน โดยมีชุดหนึ่งอยู่บนฝั่ง เพื่อใช้ไฟฉายส่องจระเข้ตามจุดต่างๆ และเมื่อเห็นว่าจระเข้ลอยขึ้นมาหายใจบริเวณจุดใด ทีมไล่ล่า ได้ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเหตุกัน ประสานกับชุดที่อยู่ในน้ำ ซึ่งนำเรือลงไป3ลำ บรรทุกเจ้าหน้าที่รวม10คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต,ชุดชุดไกรทองลุ่มน้ำตาปี จากศูนย์ป้องกันและปราบปราม ประมงน้ำจืด ภาคใต้สุราษฎร์ธานี,ชาวประมงพื้นบ้านปากบางจากตำบลป่าตองและทีม เจ้าหน้าที่ ภูเก็ตค๊อกโคไดส์เวิลด์

 

จับได้แล้ว“จระเข้”ในขุมน้ำสาธารณะใกล้หาดเลพังภูเก็ต 

 

          “ตลอดเวลาที่มีการล้อมจับ เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นจระเข้เป็นระยะๆ แต่ด้วยความกว้างของบึงน้ำที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ70ไร่ และความลึกของระดับน้ำที่ประมาณ10-15เมตร ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก โดยต้องใช้อวนล้อมจระเข้จำนวน2ครั้ง วนรอบ1-2รอบ แต่ด้วยกำลังของจระเข้ที่ยังมีอยู่ทำให้ก็สามารถดิ้นหลุดออกไปได้ จนกระทั่งเมื่อเวลา03:30น. จระเข้ถูกล้อมด้วยอวนเป็นครั้งที่3โดยใช้อวนล้อมถึง 5 ชั้น และรวบตัวมาได้ดังกล่าว ในส่วนว่าจะเป็นจระเข้น้ำจืดหรือน้ำเข็มนั้น คงต้องให้ทางนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง” นายไพศาลกล่าว