
วันฟ้าหม่นของคนชื่อ"อภิสิทธิ์"
รอดคุก !!!
ในที่สุดวันฟ้าใสของ "เนวิน ชิดชอบ" รวมถึงผู้ต้องหาในคดีทุจริตกล้ายางทั้งหมด 44 คน ก็มาถึงจนได้ หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา "ยกฟ้อง"
ด้วยเห็นว่า จำเลยทั้ง 44 คนไม่มีความผิดฐานร่วมกันกระทำการทุจริต อีกทั้งยังไม่ต้องรับผิดในการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐอีกกว่า 1,400 ล้านบาทด้วย
เรียกว่า "บริสุทธิ์ผุดผ่อง" เป็นยองใยไปตามๆ กัน !!!
อย่างที่เคยบอกไปแล้ว ไม่ว่าผลการตัดสินชี้ขาดคดีทุจริตกล้ายางจะออกหัวหรือออกก้อย ก็ส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยด้วยกันทั้งนั้น
โดยเฉพาะเมื่อเป้าสำคัญของการจับตามองพุ่งตรงไปยัง เนวิน ชิดชอบ ผู้อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยว่าจะ "รอด" หรือจะ "ร่วง"
เพราะก่อนหน้านี้มีการคาดเดากันต่างๆ นานาถึงอาการที่ "เนวิน" กล้าแสดงออกถึงความกล้าหาญชาญชัยเดินยืดอกขึ้นศาลมาฟังการตัดสินคดี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมาโน่นแล้ว
กระแสหนึ่งออกไปในทางเจ้าตัวมั่นใจว่า "รอดแน่"
ขณะที่อีกกระแสเดาว่า เป็นอาการ "ใจดีสู้เสือ"
แต่บังเอิญว่า จำเลยที่ 5 อดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ ดันไม่มาศาล โดยอ้างว่ารักษาอาการป่วยอยู่ต่างประเทศ จึงส่งผลให้ต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี
เท่ากับเลี่ยงสถานการณ์ เผชิญหน้ากับมวลชนเสื้อแดงได้อย่างหวุดหวิด ด้วยความ "บังเอิญ" เช่นเดียวกัน !!!
เพราะต้องไม่ลืมว่า หากมีการอ่านคำพิพากษาในวันนั้น แล้วผลของคำตัดสินชี้ว่า "เนวิน" รอด โอกาสที่มวลชนเสื้อแดงจะลุกฮือ เพราะไม่พอใจคำตัดสินของศาลก็เป็นไปได้สูง
สถานการณ์ปั่นป่วนวุ่นวายจากการปะทะกันของมวลชนที่มาให้กำลังใจ "เนวิน" กับมวลชน "เสื้อแดง" ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ
ฉะนั้นเมื่อเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกมาอีกหนึ่งเดือน แล้วบังเอิญเป็นช่วงที่ปลอดจากการชุมนุมของเสื้อแดง สถานการณ์จึงไม่อยู่ในภาวะที่น่าวิตกกังวลเท่าไหร่
แต่...อย่าเพิ่งวางใจ
ใช่ว่าสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ไปจะราบรื่น เพราะมรสุมได้ตั้งเค้ารอไว้แล้ว
อย่างน้อยเสียงขู่จากแกนนำเสื้อแดง ที่ทิ้งท้ายไว้ว่าจะรอดูผลการตัดสิน 4 คดีสำคัญ ก่อนจะชุมนุมใหญ่อีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ ก็เป็นลางบอกเหตุที่ชัดเจน
นั่นคือ...คดีกล้ายาง คดีเขาพระวิหาร คดีของกลุ่มพันธมิตร และคดีหวยบนดิน
ฉะนั้น สิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนาทีนี้เป็นต้นไป ก็คือ กระแสกดดันทางการเมืองที่จะพุ่งตรงมายังรัฐบาล โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อย่างเลี่ยงไม่ได้
ด้านหนึ่ง...เป็นกระแสที่ก่อตัวจาก "ทักษิณ ชินวัตร" และมวลชนเสื้อแดง
เพราะต้องยอมรับว่า ผลคำพิพากษาที่ออกมานั้น "เข้าทาง" เสื้อแดง
ความไม่พอใจในหมู่คนเสื้อแดง และแกนนำที่รอจังหวะและโอกาสในการ "ปลุกกระแส" ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของไทยจะยิ่งถูกนำมาตอกย้ำหนักข้อมากขึ้น
โดยเฉพาะที่เสื้อแดงฝังใจมาตลอดว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นแบบ "สองมาตรฐาน"
การที่ศัตรูทางการเมืองคนสำคัญอย่าง "เนวิน" รอดคุก ขณะที่ "ทักษิณ" กลับต้องเจอศาลเดียวกันสำเร็จโทษนอนคุก 2 ปี มันเป็นหัวเชื้ออย่างดี ที่จะเร่งเร้าให้กระแสปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมในหมู่คนเสื้อแดงมีน้ำหนักมากขึ้น
ไม่ต่างกับ "ราดน้ำมันลงบนกองเพลิง" !!!
นั่นเท่ากับว่า สถานการณ์การเมือง "นอกรัฐบาล" กำลังจะตกอยู่ในภาวะที่ตึงเครียดอีกครั้ง พร้อมกับรัฐบาลต้องรับภาระหนักในการควบคุมสถานการณ์ และรับแรงเสียดทานโดยตรงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่ในอีกด้าน...แกนนำรัฐบาลโดยเฉพาะ "อภิสิทธิ์" จะถูกกดดันจากพรรคภูมิใจไทยหนักข้อขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการรอดคุกของ "เนวิน"
จับตาดูได้เลยว่า พรรคภูมิใจไทยของ "เนวิน" จะเสียงดังขึ้นมาทันที หลังจากก่อนหน้านี้ยังไม่กล้าออกฤทธิ์เดชมากนัก เหตุเพราะคดียังคาราคาซัง
แน่นอนว่าในแง่ของ "เสถียรภาพในรัฐบาล" ก็จะเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลตามมา เพราะจากความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากการ "งัดข้อ" กันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก
และแน่นอนอีกเหมือนกันว่า "ภูมิใจไทย" ก็รอเวลาที่ "เนวิน" จะเป็นไท เพื่อเปิดศึกงัดข้อกับประชาธิปัตย์ได้ถนัดถนี่มากขึ้น
เพราะต้องไม่ลืมว่า หลังจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นร้อนที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังถูกรุมกินโต๊ะจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นกำลังหลักในการขย่ม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "แก้ไขรัฐธรรมนูญ" หรือประเด็น "ตั้ง ผบ.ตร." ที่ยังคาราคาซัง ไม่นับรวมประเด็นอนุมัติโครงการต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคภูมิใจไทยอีกหลายโครงการ
กระนั้นใช่ว่าวิบากกรรมของ "เนวิน" จะจบลงอย่างสิ้นเชิง เพราะคดีสำคัญอีกคดียังรออยู่ปลายเดือนนี้
นั่นคือ "คดีหวยบนดิน" ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดหมายอ่านคำพิพากษาในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งต้องรอลุ้นระทึกกันอีกยก
แต่จะอย่างไรก็ตาม งานนี้เห็นทีต้องบอกว่าเป็นเรื่องตลกร้ายไม่ใช่เล่น
วันฟ้าใสของ "เนวิน" กลับกลายเป็นวันฟ้าหม่นของคนชื่อ "อภิสิทธิ์" ไปซะฉิบ !!!
โต๊ะข่าวการเมือง



