
ทะลุ 400!! ยอดตาย เหตุนองเลือดในยะไข่
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุนองเลือดในรัฐยะไข่ของเมียนมาเพิ่มเป็น 400 ราย
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหัวรุนแรงยังคงเดินหน้าโจมตีด่านตำรวจหลายแห่งในเมืองมองตอว์ รัฐยะไข่ ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศเมียนมาตลอดช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รวมถึงการเผาบ้านเรือนเพื่อเพิ่มความรุนแรงในการก่อเหตุไม่สงบ
ผู้ก่อความไม่สงบประมาณหลายร้อยคนได้ก่อเหตุรุนแรงในแต่ละครั้งด้วยการวางระเบิด เผาหมู่บ้าน และโจมตีด่านตำรวจ ซึ่งรวมถึงด่านตำรวจในเขตงายันชวง เขตมินขะมอง เขตเยียงชุงวา เขตตวงเพียว-เลเตว เขตนวายอนตอง และเขตจอคลาการ์ ในเมืองมองตอว์
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ใช้ระเบิดที่ทำขึ้นเอง หอกและดาบ โดยได้ปิดล้อมหมู่บ้านและด่านตำรวจบางแห่งและโจมตีเพื่อให้ตำรวจถอนกำลัง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่สูญหาย 1 ราย
ขณะที่นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เรียกร้องให้รัฐบาลพลเรือนเมียนมาภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี และกองทัพเมียนมาปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ขององค์กรระหว่างประเทศ แต่เธอก็กล่าวประณามกองทัพกอบกู้โรฮีนจาแห่งอาระกัน ( อาร์ซา ) ว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงและนองเลือดครั้งใหม่ในรัฐยะไข่
ด้านนางชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีของบังกลาเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันเพิ่มแรงกดดันต่อเมียนมา เพื่อยับยั้งคลื่นผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาระลอกใหม่เกือบ 50,000 คน ซึ่งพยายามเดินเท้าข้ามแม่น้ำนาฟ ที่เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างบังกลาเทศกับเมียนมา เพื่อหลบหนีความุรนแรงจากการสู้รบที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 สัปดาห์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 110 คน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของอาร์ซา แต่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพรมแดนของบังกลาเทศยังคงควบคุมไม่ให้ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ข้ามพรมแดนไปได้



