ข่าว

การ"สังคายนารัฐประหาร"ในฐานะการร่างรัฐธรรมนูญของแท้

การ"สังคายนารัฐประหาร"ในฐานะการร่างรัฐธรรมนูญของแท้

22 ก.ย. 2552

การรัฐประหารครั้งที่ผ่านมานี้มีลักษณะที่น่าสนใจหลายอย่าง ดังที่ผมให้ทัศนะไว้ในหลายแห่งแล้ว แต่ในที่นี้อยากจะเน้นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การทำรัฐประหารครั้งนี้มีลักษณะที่เป็นสิ่งยืนยันว่าในสังคมไทยยังมีความเชื่อว่าประชาธิปไตยนั้นสามารถจะคลอดออกมาจากวิธ

 ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าการทำรัฐประหารนั้นเป็นการทำลายประชาธิปไตย

 เมื่อมีการรัฐประหารไปแล้วถึงสามปี มีรัฐบาลที่แต่งตั้งจากการรัฐประหาร และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากเกมในรัฐสภา เราก็ยังพบว่าผู้ที่กระทำรัฐประหารนั้นยังสามารถให้ความเห็นในสังคมได้โดยไม่ได้รู้สึกว่ารัฐประหารนั้นมีความผิดในตัวของมันเอง

 ราวกับว่าการทำรัฐประหารนั้นเป็นการสะสมแต้มเพื่อให้สังคมไทยได้มาสู่จุดที่ว่าการทำรัฐประหารสำเร็จนั้นมีมากกว่าการทำรัฐประหารที่ไม่สำเร็จเสียแล้ว

 ในเมื่อสังคมนี้โดยเฉพาะสื่อบังเกิดเกล้านั้นได้ลงตีพิมพ์ทัศนะของผู้นำทหารทั้งที่ทำการรัฐประหารในครั้งล่าสุดอย่างโจ๋งครึ่ม และความเห็นของทหารอื่นๆ เสียมากมายขนาดนี้ ผมคิดว่าก็ควรจะมีการ "สังคายนาการรัฐประหาร" ควบคู่ไปกับการร่างรัฐธรรมนูญเสียเลย

 สังคมไทยจะได้พ้นจากความเป็นสังคมมือถือสากปากถือศีลกันสักที

 เพราะรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งที่ฉีกได้ และถ้าไม่ฉีกก็มีไว้แก้ปัญหาการเมืองเฉพาะหน้า ดังนั้นการสังคายนาการรัฐประหารนั้นน่าจะเป็นการร่างรัฐธรรมนูญที่แท้จริงเสียมากกว่า

 การสังคายนาก็คือการชำระ เอาแต่สิ่งที่ถูกเอาไว้ ก็เหมือนกับการเขียนเรื่องราวรัฐประหารทีหลังการทำรัฐประหารไปแล้ว เขียนให้มันถูกต้อง มีเหตุมีผล และในความจริงการสังคายนาการทำรัฐประหารนั้นสะท้อนความจริงทางสังคมที่ ทหาร ศาล สื่อ นักวิชาการ และผู้ที่ไม่ต้องการเลือกตั้ง (จนกว่าจะบริสุทธิ์ตามที่ตนเชื่อว่ามันจะบริสุทธิ์ได้) นั้นสามารถมีพื้นที่ในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้

 ความเห็นของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีต่อการทำรัฐประหารที่ปรากฏในหน้าสื่อนั้นเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับอุดมคติของสังคมไทยมิใช่น้อย เพราะการรัฐประหารนั้นถูกทำให้มีนัยของการอธิบายศีลธรรมการเมือง ในความหมายของ "ข้อยกเว้นคือกฎ" และ "กฎมีไว้เพื่อยกเว้น" เพราะว่า "การทำรัฐประหารนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิด แต่มันมีสาเหตุของมันที่ทำให้มันต้องเกิด" และ "แต่ในขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไขเพียงพอที่จะเกิด"

 เราจึงมีทางเลือกที่น่าเศร้าใจอยู่สองทาง คือ การปล่อยให้ทหารมาพล่ามในที่สาธารณะว่าตนสามารถตัดสินได้ว่าควรจะมีการทำรัฐประหารเมื่อไหร่ โดยไม่ได้คิดว่าการทำรัฐประหารมีโทษทางกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ หากแต่พวกทหารเหล่านั้นมักจะอ้างแค่ว่าจะไม่ทำเมื่อ "ประชาชนไม่เอาด้วย" (คราวหน้าถ้าคิดว่าแน่ก็กรุณาอย่าประกาศห้ามชุมนุม หลังรัฐประหารสิครับ และห้ามไปยึดสื่อช่วงรัฐประหารสิครับ จะได้รู้ว่าประชาชนเขาเอาด้วยจริงๆ ไหม)

 และสองก็คือ พยายามสังคายนารัฐประหารให้มันเป็นเรื่องเป็นราวไปเสียเลย เหมือนที่พยายามจะทำอยู่นี่แหละครับว่า การรัฐประหารนั้นจะทำได้จะต้องมีองค์ประกอบและเหตุผลหนึ่งสองสามสี่

 ทั้งที่เวลาทำจริงๆ นั้นอาจจะมีเหตุผลร้อยแปดที่เขียนไม่ได้ หรือไม่มีเหตุผลตามนั้นก็ได้

 เลิกใช้คำว่าปฏิรูปการเมืองน่าจะดีกว่า แล้วหันมาใช้คำว่าการสังคายนาการทำรัฐประหารเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้สังคมไทยดีขึ้นตามที่พวกท่านต้องการก็แล้วกันครับ

 ผมล่ะเบื่อการให้เหตุผลสาธารณะของพวกท่านมากขึ้นทุกวัน... พับผ่าสิ