
“กล้วยไม้”กับความรักไร้พรมแดน ตอน7
โดย - ศ.ระพี สาคริก
ต่อจากเสาร์ที่แล้ว
ในโอกาสที่ฉันเดินทางไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาการเรียนการสอนวิชาสถิติที่มหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองราเร่ รัฐนอร์ทคาโรไลนา ระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีตั๋วเครื่องบินไปกลับส่งมาจากสมาคมกล้วยไม้ต่างๆ สองฝั่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดประชุมประจำเดือนไม่ซ้ำวันเสาร์และอาทิตย์ จนกระทั่งเดือนสุดท้ายฉันลงไปเดินทางอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ของมลรัฐฟลอริดาอีกหลายแห่ง และอยู่มาวันหนึ่งฉันก็ต้องไปพบกับสัญญาณของลมสลาตัน(เฮอริเคน)ที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาอยู่ในบริเวณที่ฉันจะต้องเดินทางอย่างกว้างขวาง
ค่ำวันนั้นฉันเดินทางไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยที่เมืองเกนส์วิล ซึ่งที่นั่นจะมีบรรดาครูบาอาจารย์และนักวิชาการหลายคนที่เคยสนิทชิดชอบกับฉันมาก่อนเช่น ศาสตราจารย์ ดร.โธมัส เจ.ชีแฮน ซึ่งได้เคยมีความสัมพันธ์กับฉันมาก่อน นอกจากนั้นภรรยาของท่านยังเป็นคนมีชื่อเสียงในด้านการเขียนรูปลายเส้นทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับกล้วยไม้
ที่จริงครอบครัวนี้ได้เชิญฉันไปพักอยู่ด้วยและยังจัดงานเลี้ยงรับรองให้เป็นการส่วนตัว โดยเชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาร่วม ที่มีความสัมพันธ์กันเป็นพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ มหาวิทยาลัยนี้มีบรรดาอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาศึกษาต่ออยู่หลายคน ซึ่งแน่นอนที่สุดเราคงลืมความสำคัญของประเด็นนี้ไปเสียมิได้ ดังนั้นฉันจึงใช้โอกาสนี้มาเยี่ยมเยียนและติดตามผลการศึกษาต่อ รวมทั้งให้กำลังใจแก่ทุกคนร่วมด้วย
ค่ำคืนวันนั้นระหว่างที่อยู่ในบรรยากาศของการเลี้ยงรับรองแบบกันเองอย่างสนิทสนมก็ได้ยินเสียงวิทยุประกาศว่าลมสลาตันกำลังมุ่งหน้าเข้ามาในบริเวณนี้ ไม่เพียงเท่านั้นหูยังได้ยินเสียงเครื่องบินบินวนอยู่บนหัวเราตลอดเวลา ชีแฮนบอกกับฉันว่า นั่นแหละเสียงเครื่องบินที่เข้าไปบินวนอยู่ในใจกลางของตาลมสลาตันเพื่อรายงานทิศทางของลมให้ประชาชนได้ทราบ
มันเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของฉัน ซึ่งความจริงแล้วชื่อของลมสลาตัน(เฮอริเคน) มันเป็นเพียงเรื่องราวที่ฉันเคยสัมผัสมาจากการดูภาพยนตร์บ้าง อ่านจากหนังสือบ้าง คืนวันนั้นหลังจากเข้านอนแล้วมันทำเอาฉันนอนไม่หลับเพราะหูได้ยินแต่เสียงเครื่องบินมันครางกระหึ่มอยู่ข้างบน แต่แล้วในที่สุดความอ่อนเพลียมันก็ทำให้ฉันหลับไปโดยไม่รู้สึกตัว
ซึ่งเช้าวันรุ่งขึ้นชีแฮนมีโปรแกรมที่จะขับรถพาฉันไปเยี่ยมสมาคมและคนสำคัญๆ ในวงการกล้วยไม้ ซึ่งถัดลงมาจากเมืองเกนส์วิลอีกถึงห้าเมือง
อย่างไรก็ตาม เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงเครื่องบินมันได้อันตรธานหายไปแล้วคงเหลือแต่การประกาศของวิทยุ ทำให้ชีแฮนบอกกับฉันว่า “เราโชคดีที่ไม่เจออิทธิพลของลมอย่างรุนแรง” แต่การเดินทางในวันนั้นมันก็ยังอยู่ในเส้นทางซึ่งเป็นทิศทางของลม ทำให้เราอาจพบกับความเสียหายในอนาคตซึ่งไม่มีใครจะบอกได้
เช้าวันนั้นชีแฮนขับรถพาฉันลงมาทางใต้ผ่านไซปรัสการ์เด้น ซึ่งที่นั่นมีสวนพฤกษชาติของรัฐซึ่งสร้างขึ้นไว้ต้อนรับให้ประชาชนไปพักผ่อนหย่อนใจ
ขณะที่เราขับรถผ่านไปทางนั้นปรากฏว่ามีการแสดงสกีน้ำแบบผาดโผนให้คนชม แต่อย่างว่าและครับคนที่สนใจกล้วยไม้อย่างจริงจังคงไม่สอดส่ายสายตาไปดูว่าเขาเล่นผาดโผนกันอย่างไร แต่แล้วในที่สุดธรรมชาติที่อยู่ในจิตวิญญาณเรามันก็ดึงสายตาของเราไปอยู่ตามกิ่งก้านของต้นไม้ที่ชื่อว่าไซปรัส ซึ่งยืนโคนแช่น้ำมาเป็นปีๆ จำนวนมาก



