
เปิดแผนใหม่“มักกะสัน”คาดประมูลแปลงแรกปี61
เปิดแผนใหม่“มักกะสัน”คาดประมูลแปลงแรกปี61
การรถไฟฯ เปิดรับฟังความเห็นโครงการทบทวนความเหมาะสมพื้นที่มักกะสัน บิ๊กธุรกิจแห่ฟังเพียบ คาดเปิดประมูลแปลงแรกในปี 2561 เร่งเสนอตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินการรถไฟฯ ให้ ครม. พิจารณาในต.ค.นี้ หวังเร่งรัดพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์
วันที่ 31 ส.ค. การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้จัดงานสัมมนาทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) โครงการทบทวนเพื่อศึกษาเพิ่มเติม ผลการศึกษาความเหมาะสมด้านธุรกิจและการลงทุน โครงการพัฒนาบริเวณพื้นที่ย่านมักกะสัน ตาม พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) พ.ศ.2556 โดยมีนักลงทุนหลายกลุ่มให้ความสนใจเข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าว
เช่น บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, เครือบีทีเอส, บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM, ช.การช่าง, ศุภาลัย, พฤกษา, อารียา, แม็คโคร, แมกโนเลีย, เอราวัณ, บิ๊กซี, เซ็นทรัลพัฒนา, เจ้าพระยามหานคร, สยามพิวรรธน์, ภูเก็ตพัฒนาเมือง เป็นต้น
รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริการศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ว่าจ้างนิด้าเป็นที่ปรึกษาเพื่อทบทวนโครงการพัฒนาพื้นที่ย่านมักกะสัน เนื่องจากผลการศึกษาเดิมจัดทำไว้ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งตอนนี้สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ขณะเดียวกันการบังคับใช้กฎหมายพีพีพีก็เปลี่ยนจากฉบับปี 2535 เป็นปี 2556
การศึกษาใหม่ยังอ้างอิงผลการศึกษาเดิมบางส่วน โดยแบ่งพื้นที่ขนาด 508.92 ไร่ออกเป็น 4 โซนเท่าเดิม แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ของรัฐบาล
แผนการศึกษาใหม่จัดพื้นที่โซนAขนาด 139.82 ไร่ เป็นพื้นที่ธุรกิจการค้า ประกอบด้วย สถานีรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน โรงแรม ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์ประชุม-สัมมนา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารที่จอดรถ, โซนฃBขนาด 179.02 ไร่ เป็นพื้นที่ธุรกิจสำนักงาน ประกอบด้วยมักกะสันทาวเวอร์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ อาคารสำนักงาน อุตสาหกรรมของรัฐ ธนาคาร โรงแรม
โซนCขนาด 151.40 ไร่ เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยและสาธารณะสุข ประกอบด้วยโรงพยาบาลระดับนานาชาติ โรงเรียนนานาชาติ เวิลด์คิทเช่นมาร์ท ศูนย์แสดงสินค้า เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และโซนDขนาด 38.68 ไร่ เป็นพิพิธภัณฑ์การรถไฟ ที่ทำการส่วนราชการ โรงแรม
ในเฟสแรกจะเปิดประมูลพื้นที่โซนAและโซนCบางส่วน เนื่องจากเป็นพื้นที่ว่างเปล่า จากนั้นจะทยอยเปิดประมูลแปลงอื่นๆ ตามมา ขณะเดียวกันจะขอให้นักลงทุนพัฒนาพื้นที่แปลงBและCบางส่วนเป็นพื้นที่สีเขียวด้วย
นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า มักกะสันเป็น 1ใน4ที่ดินแปลงใหญ่ของกรุงเทพฯ ซึ่งหากพัฒนาได้ตามเป้าหมายก็จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ทันสมัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถรองรับโลจิสติกส์ในระดับประเทศและอาเซียน เชื่อมต่อโครงการกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน โครงการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง และรถไฟทางคู่ รวมทั้งจะส่งผลดีต่อการปฏิรูปการรถไฟฯ
“มักกะสันเป็นกุญแจสำคัญที่จะพัฒนาการรถไฟฯ ให้เป็นองค์กรชั้นนำต่อไปได้ การพัฒนาทรัพย์สินที่การรถไฟฯ มีอยู่กว่า 3 แสนล้านบาทให้ได้ผลตอบแทนในลักษณะที่เป็นราคายุติธรรม ก็สามารถทำให้การรถไฟฯ เปลี่ยนโฉมไปเลย” นายพิชิตกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญตอนนี้คือการตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของการรถไฟฯ ซึ่งจะทำให้โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ มีความชัดเจนมากขึ้น โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายจะเสนอเรื่องการตั้งบริษัทลูกให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาในปลายเดือน ก.ย. และจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือน ต.ค. นี้
เบื้องต้นจะขอให้ ครม. เห็นชอบการจัดตั้งบริษัทดังกล่าว โดยยกเว้นระเบียบ 2 ส่วนเพื่อให้มีความคล่องตัวในลักษณะเดียวกับ ปตท. หรือการบินไทย คือ 1.ยกเว้นระเบียบการจ้างบุคลากรทั้งหมดให้ไม่ต้องอิงกับ พ.ร.บ.การรถไฟฯ เพราะต้องการจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 2.ขอให้ใช้โครงการระดมทุนด้วยตัวเองได้อย่างอิสระ เช่น ออกตราสานหนี้ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) รูปแบบต่างๆ เป็นต้น
หากเป็นไปตามแผนก็คาดว่าจะเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ แปลงAได้ภายในปี 2561 และเปิดประมูลพื้นที่มักกะสันได้ภายในปีเดียวกัน แต่ตอนนี้ยังระบุไม่ได้ว่าจะเปิดประมูลพื้นที่มักกะสันแปลงใด รูปแบบใด และเมื่อใด เพราะการพัฒนาพื้นที่มักกะสันเพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและสามารถปรับเปลี่ยนได้อีก จึงต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจน



