ข่าว

ออสเตรเลียห้ามนักต้านวัคซีนเข้าประเทศ

ออสเตรเลียห้ามนักต้านวัคซีนเข้าประเทศ

31 ส.ค. 2560

รัฐบาลออสเตรเลียทุ่มงบ 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจ เพื่อทัดทานกลุ่มล็อบบี้ต้านวัคซีน


               เคนท์ เฮคเคนไลฟลี ชาวอเมริกันผู้ตั้งตนเป็น “นักต่อต้านวัคซีนหมายเลขหนึ่งของโลก” มีแผนเดินทางไปออสเตรเลียในเดือนธันวาคม อันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินสายชื่อ วิทยาศาสตร์อันตราย เพื่อประชาสัมพันธ์หนังสือของเขาและเรียกร้องให้พักการให้วัคซีนแก่เด็กเป็นเวลา 5 ปี แต่ ปีเตอร์ ดัตตัน รัฐมนตรีกระทรวงตั้งถิ่นฐานออสเตรเลีย ประกาศแล้วจะไม่ออกวีซ่าให้บุคคลผู้นี้เดินทางเข้าประเทศ “คนที่กำลังบอกพ่อแม่ว่าไม่ควรให้บุตรหลานฉีดวัคซีน เป็นบุคคลอันตราย การมาของเขาไม่ใช่ผลประโยชน์ของชาติอย่างแน่นอน”

               ลัทธิต่อต้านวัคซีน ก่อตัวในช่วงที่โรคหัด ซึ่งเป็นโรคที่สามารถป้องกัน กลับมาอุบัติใหม่ ในยุโรปบางประเทศและหลายพื้นที่ในสหรัฐอเมริกา พ่อแม่จำนวนมากเริ่มต่อต้าน เพราะกลัวว่าวัคซีนสามชนิดสำหรับโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูม เป็นสาเหตุของโรคออทิสติกที่พบเพิ่มขึ้นในหลายปีมานี้ ทั้งที่เป็นทฤษฎีที่ถูกแย้งตกไปโดยผลศึกษามากมาย และผลศึกษาในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมเตือนว่า จำนวนเด็กรับวัคซีนป้องกันโรคหัดหากลดลงเล็กน้อย ก็อาจทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

               รัฐบาลออสเตรเลียทุ่มงบ 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจ เพื่อทัดทานกลุ่มล็อบบี้ต้านวัคซีน โดยจัดทำข้อมูลพร้อมผลศึกษาให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าถึงได้ง่าย

               ออสเตรเลียมีอัตราการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 1 - 5 ขวบสูงกว่า 90% แต่ยังเดินหน้ายกระดับอัตราการให้วัคซีนในเด็กต่อไป รวมถึงการใช้กฎหมาย “ไม่ฉีด ไม่จ่าย” ทำให้พ่อแม่ที่ปฏิเสธพาลูกไปฉีดวัคซีน จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล

               คริสเตียน พอร์เตอร์ รัฐมนตรีบริการสังคมออสเตรเลีย กล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า นับตั้งแต่มีกฎหมายฉบับนี้ อัตราการรับวัคซีนเพิ่มขึ้น เด็กกว่า 5,700 คน ที่พ่อแม่ขอรับเงินสนับสนุนเลี้ยงดูบุตร และเคยขึ้นทะเบียนปฏิเสธวัคซีน ต่างพาบุตรหลานไปรับภูมิคุ้มกันโรค