ข่าว

รัฐบูมลงทุน‘หุ่นยนต์’คลอดแพ็คเกจภาษีจูงใจ 

รัฐบูมลงทุน‘หุ่นยนต์’คลอดแพ็คเกจภาษีจูงใจ 

30 ส.ค. 2560

รัฐบูมลงทุน‘หุ่นยนต์’คลอดแพ็คเกจภาษีจูงใจ 

  

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ส.ค.60 เห็นชอบมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0  ประกอบด้วยมาตรการ3 ส่วน 1.การกระตุ้นอุปสงค์ โดยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการผลิตและบริการภายในประเทศ นำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 50% สำหรับกิจการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีการลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและบริการ โดยขยายจากมาตรการเดิมให้ขยายให้ครอบคลุมประเภทกิจการที่ใช้เทคโนโลยีที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในขอบข่ายกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ขณะที่กระทรวงการคลังจะยกเว้นภาษีเงินได้ 300% เพื่อสนับสนุนการวิจัยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 

นอกจากนี้ ได้ให้สำนักงบประมาณเร่งจัดหามาตรการสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่อการบริการประชาชน และกระทรวงอุตสาหกรรมใช้มาตรการการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านมาตรการสินเชื่อต่างๆเพื่อให้ผู้ประกอบการใช้หุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น

2.การสนับสนุนอุปทาน โดยเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบออกแบบการติดตั้งระบบอัตโนมัติ หรือ System Integration (SI)ให้เพิ่มเป็น 1,400 รายจากปัจจุบันมีอยู่เพียง 200 ราย โดยบีโอไอจะให้สิทธิประโยชน์สูงสุด ขณะที่กระทรวงการคลังจะยกเว้นภาษีการนำเข้าชิ้นส่วน อุปกรณ์ที่นำมาผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อแก้ปัญหาความลักลั่นทางภาษี

3.การพัฒนาบุคลากรและยกระดับเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ประเภทอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนโดยภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดตั้งศูนย์การวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ของประเทศ (Center of Robotic Excellence :CoRE)  

โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้งาน วิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในไทย ให้เพิ่มขึ้นนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านหุ่นยนต์ในเชิงพาณิชย์อย่างน้อย 150 ผลิตภัณฑ์ภายใน 5 ปี มีการลงทุนในซัพลายเชนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 1.2 หมื่นล้านบาทในปีแรกที่มีการออกมาตรการสนับสนุนและมีการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 2 แสนล้านบาทภายในระยะเวลา 5 ปีและเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของตนเองและสามารถส่งออกหุ่นยนต์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้ ภายในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดการนำเข้าเทคโนโลยีในด้านนี้ได้ปีละกว่า 1.32 แสนล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศที่จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของโลกที่องค์กร international federation of robotics ที่ประเมินว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จะมีการขยายตัวสูงถึงปีละ 40% ต่อเนื่องไปอีกหลายปี แต่ไทยยังมีการใช้ประโยชน์จากหุ่นยนต์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่อยู่ที่ 69 ตัวต่อประชากร10,000 คน แต่ประเทศไทยมีการใช้หุ่นยนต์อยู่ในปัจจุบันในสัดส่วนเพียง 53 ตัวต่อประชากร 10,000 คน ขณะที่ประเทศชั้นนำในอุตสาหกรรมอย่างสิงคโปร์มีการใช้หุ่นยนต์มากถึง 398 ตัวต่อประชากร 10,000 คน และไต้หวันมีการใช้หุ่นยนต์ 69 ตัวต่อประชากร10,000 คน

“การพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจะช่วยยกระดับเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นที่การพัฒนาผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมของไทย ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เช่น ด้านการเกษตรโดยจะส่งเสริมไปสู่ Smart Farming และพัฒนาไปสู่การทำเกษตรแปลงใหญ่ ด้านการแพทย์ ด้านโลจิสติกส์ การท่องเที่ยวรวมทั้งภาคบริการต่างๆ และช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต” นายอุตตม กล่าว 

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ประธานกรรมการ บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ กล่าวว่า โดยหลักการเห็นด้วยกับรัฐบาลในการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ โดยเฉพาะมาตรการลดภาษีนิติบุคคลในส่วนบีโอไอ 50% ว่าจะช่วยกระตุ้นให้นำหุ่นยนต์มาใช้ในอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้กับแรงงานที่มีทักษะสูง เพราะหุ่นยนต์มีข้อดีหลายข้อ อาทิ ความแม่นยำ เร็ว สามารถใช้งานได้นานกว่าแรงงานคน

 แม้ต้นทุนหุ่นยนต์จะราคาแพงแต่สามารถทดแทนแรงงานคนได้จำนวนมาก  ในระยะยาวจะประหยัดมากขึ้น สำหรับไทยมีหลายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้ หากต้องการจะเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์

“เด็กไทยมีศักยภาพในการผลิตหุ่นยนต์ไปแข่งขันระดับโลกและได้รับรางวัลมาทุกปี ถือเป็นบุคลากรที่ดีในการเข้ามาสู่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในอนาคต ในแง่กำลังคนมีขีดความสามารถในการเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ได้เริ่มจากดูแลควบคุม พัฒนาโปรแกรมให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการได้” นายจักรมณฑ์  กล่าว