ข่าว

แบรนด์ ซันโทรี่ ทุ่มงบ 30 ล้าน เปิดตัวแบรนด์วีต้าพรุนสกัด

แบรนด์ ซันโทรี่ ทุ่มงบ 30 ล้าน เปิดตัวแบรนด์วีต้าพรุนสกัด

29 ส.ค. 2560

แบรนด์ ซันโทรี่ ทุ่มงบ 30 ล้าน เปิดตัวสินค้าใหม่ “แบรนด์วีต้าพรุนสกัดเข้มข้นพลัส สูตรใหม่”

             แบรนด์ ซันโทรี่ ทุ่มงบ 30 ล้านบาท เปิดตัวสินค้าใหม่ “แบรนด์วีต้าพรุนสกัดเข้มข้นพลัส สูตรใหม่”ลงตลาด ด้วยจุดเด่นที่ผสาน Duo Benefits ทั้งวิตามินอีสูงและใยอาหารสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของสาวยุคใหม่ที่สนใจทั้งด้านการดูแลรูปร่างและผิวพรรณ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ มิว–นิษฐา จิรยั่งยืน นางเอกขวัญใจคนไทยไอดอลของสาวๆ ทั่วประเทศกับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่สร้างจากความต้องการในชีวิตจริงของสาวๆทุกคน ด้วยวลีฮิตติดปาก “โลกนี้อยู่ยาก...แต่อยู่ได้”ปรับแพคเกจจิ้งใหม่มีความสดใหม่ สะดุดตา และสื่อถึง 2 คุณประโยชน์ของสินค้าได้ชัดเจนขึ้นบุกตลาดครึ่งปีหลังตั้งเป้าเติบโตสองหลัก
                นางสาวพุดตาน พงศ์พัฒนาไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากที่เราได้วิจัยหาอินไซด์ของสาวๆ ในปัจจุบัน ว่ามีมาตรฐานความสวยที่สูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก และมีความต้องการที่จะสวยขึ้นกว่าเดิมและดูดีขึ้นกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เราพัฒนาแบรนด์วีต้าพรุนพลัสใหม่ ที่มี Duo Benefits อัดแน่น 2 คุณค่าในขวดเดียว ทั้งมีวิตามินอีสูงที่มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีใยอาหารสูงช่วยดูแลระบบขับถ่าย เพื่อเติมเต็มความต้องการของสาวๆ ทุกคน

                นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว มิว–นิษฐา จิรยั่งยืนนางเอกขวัญใจคนไทย และไอดอลของสาวๆ ทั่วประเทศเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เนื่องจากคุณมิวเป็นแฟนตัวจริงของแบรนด์วีต้าพรุนพลัสมายาวนาน เป็นผู้หญิงที่ดูสดใส อ่อนเยาว์และมีสุขภาพที่ดี ทำให้มีความเหมาะสมเป็นอย่างมากที่จะมาเป็นตัวแทนสาวๆ มาบอกเคล็ดลับที่จะดูแลตัวเอง ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “วีต้าพรุนใหม่เพิ่ม 2 คุณค่า” ที่มาพร้อมวลีฮิต “โลกนี้อยู่ยาก...แต่อยู่ได้” เพื่อกระตุ้นให้สาวๆ หันมาดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าแต่ก่อนนอกจากนี้ยังได้ปรับแพคเกจจิ้งใหม่ ให้มีความทันสมัย สดใส ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และบอกถึงคุณประโยชน์ได้อย่างชัดเจน
                 อย่างไรก็ตามบริษัทฯ เตรียมงบประมาณทางการตลาดแคมเปญข้างต้นกว่า 30 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังสำหรับสร้างการรับรู้ประโยชน์สินค้าในวงกว้างทั้ง Online และ Offline ด้วยการปูพรมจัดกิจกรรมการตลาด โดยมีภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ สื่อสนับสนุนอื่นๆ เช่น Facebook, YouTube ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายในครึ่งปีหลังให้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโตสองหลักอย่างแน่นอน