
วิปรัฐถอยรอถก3ฝ่ายหาทางออกแก้รธน.
วิปรัฐบาลยอมถอย นัดถก วิป3 ฝ่าย 23ก.ย. หาทางออกแก้รธน.พร้อม ดันพ.ร.บ.ประชามติ ปูทางแก้ รธน. พท.ยันเอาด้วยเฉพาะ 6 ข้อ กก.สมานฉันท์ ดักทางรัฐบาลไม่จริงใจ ขณะที่พรรคร่วมยังจับมือปชป.เพราะสมประโยชน์ -รู้ตัวเลือกตั้งแล้วไม่ได้กลับมาแน่
(21ก.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) แถลงภายหลังการประชุม ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 23ก.ย.นี้ มีวาระพิจารณากฎหมายที่สำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ฉบับที่ พ.ศ. … ที่สภาผู้แทนฯ ได้เร่งบรรจุเข้าวาระการประชุม เพื่อให้ผ่านความเห็นชอบจากส.ส.และส.ว. ซึ่งวิปรัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่าการออกเสียงประชามตินั้น ต้องให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 302 โดยต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งคือ240 เสียง
และมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ไปกำหนดหลักเกณฑ์ ในการออกเสียงลงประชามติ ในส่วนที่เกี่ยวกับประชาชน ในการแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เนื่องจากกฎหมายให้ความสำคัญกับประชาชนในการใช้สิทธิ์ออกเสียงได้อย่างเต็มที่ เช่น การขยายเวลาลงคะแนนจากเดิมเวลา08.00น.-15.00 น.เป็น 08.00น.-16.00น. เป็นต้น อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าวจะต้องเร่งให้ผ่านความเห็นชอบของสภาฯให้ทันในสมัยประชุมนี้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรับฟังความเห็นของประชาชน ในกรณีที่ต้องขอมติจากประชาชน
นายชินวรณ์ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาผลการอภิปรายร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ และปฏิรูปการเมือง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 16-17ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเห็นตรงกันว่าให้ตั้งคณะทำงานสรุปและประมวลผลการอภิปรายและข้อเสนอแนะของส.ส.และส.ว. เพื่อจัดทำเป็นเอกสารในการใช้อ้างอิง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลยังได้หารือตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้วิป 3 ฝ่าย ไปพูดคุย เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ โดยวิปได้มอบหมายนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พร้อมกับตน ไปหารือนอกรอบกับวิปวุฒิสภาและวิปฝ่ายค้าน ในวันพุธที่ 23ก.ย.นี้ เวลา 11.00น.ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ 4 อาคารรัฐสภา ซึ่งกรอบในการหารือครั้งนี้จะนำข้อเสนอของทุกฝ่ายมาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน วิปรัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์อย่างแท้จริง ทั้งนี้วิปรัฐบาลไม่ได้ตั้งธงในการหารือ เพราะต้องฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายก่อนสรุป ทั้งนี้วิปรัฐบาลเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี และจะนำข้อสรุปของวิปทั้ง3ฝ่าย เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่าวิปวุฒิสภา และฝ่ายค้าน มีจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งสสร.3และการทำประชามติ นายชินวรณ์ กล่าวว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของส.ส.บางคน ทุกอย่าต้องคุยกันก่อน หากวิปฯ 3 เห็นตรงกัน เชื่อว่ารัฐบาลไม่ขัดข้อง เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือ สร้างความสมานฉันท์ และหาทางออกในขณะนี้
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเร่งให้เสร็จภายในสมัยประชุมนิติบัญญัตินี้หรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า หากทุกฝ่ายเห็นตรงกัน คาดว่าจะใช้เวลา ไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงขั้นตอนในการประชามติด้วย
นายภราดร กล่าวว่า การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดนั้น ขึ้นอยู่กับมติของวิป 3 ฝ่าย เมื่อทุกคนเห็นตรง พรรคชาติไทยพัฒนาก็พร้อมปฏิบัติ ส่วนจุดยืนของ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่เสนอให้แก้เฉพาะมาตรา 190 และมาตรา 237นั้น หากทุกฝ่ายเห็นตรงกับแนวทางนี้ พรรคไม่ขัดข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวิปรัฐบาล ได้หารือถึงว่าควรแก้เฉพาะมาตรา 291 เพื่อตั้งสสร.3 โดยจะนำไปเสนอวิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภา ใช้เป็นแนวทางออกร่วมกัน เพราะที่วิปรัฐบาลมองว่าประชาชนจะยอมรับมากกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ฟังเสียงประชาชน จะส่งผลกระทบต่อส.ส.และส.ว.ได้ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราต้องใช้เสียงของสมาชิกรัฐสภาสองในสามคือ311 เสียงในการโหวตแก้ไข ที่ส.ส.และส.ว.มีส่วนได้เสีย และอาจทำให้ภาคประชาชนเข้าชื่อยื่นถอดถอนสมาชิกรัฐสภาที่ไปโหวตและเข้าชื่อยื่นแก้ไขได้ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นในช่วงที่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เคยเสนอแก้ไขรัฐรัฐธรรมนูญ โดยไม่ฟังเสียงประชาชน จนกลุ่มพันธมิตรฯออกมาต่อต้าน ซึ่งวิปรัฐบาลประเมินว่าหากรัฐบาลไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอาจเกิดการต่อต้าน จนกระทบถึงเสถียรภาพรัฐบาลได้
พท.ยันเอาด้วยเฉพาะ 6ข้อ กก.สมานฉันท์
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการหารือเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญของวิป 3 ฝ่ายว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันจุดยืนเดิมคือ เอาด้วยแค่ข้อเสนอเดินหน้าแก้ไขใน 6 ประเด็นตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร แต่ประเด็นอื่นโดยเฉพาะการตั้ง ส.ส.ร. 3 ขึ้นมาเราไม่เอาด้วยแน่ แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะทำเสมือนเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเองก็เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แต่ความจริงก็แค่ออกมากดดันเพื่อบีบให้พรรคประชาธิปัตย์ทำตามข้อเสนอของตัวเอง และทำให้รัฐบาลนี้อยู่นานๆ เพราะทั้งพรรคประชาธิปัตย์.และพรรคร่วมรัฐบาลก็รู้ตัวเองหากมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น ก็จะไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกแน่นอน



