
อัยการสั่งฟ้อง‘หมอเปรม-พวก’
อัยการสั่งฟ้อง‘หมอเปรม’พร้อมพวก คดีจับนักข่าวแก้ผ้า แต่ไม่ครบทั้ง 8 คนตามที่นักข่าวเคยชี้ตัวเหตุไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ระบุหากนักข่าวจะฟ้องทั้งหมดต้องยื่นเรื่องเอง
จากกรณีเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้เชิญผู้สื่อข่าวจาก 5 สำนักข่าวในจังหวัดขอนแก่น ที่ไปติดตามสอบถามกรณีมีการเผยแพร่ภาพ นพ.เปรมศักดิ์ กับเด็กสาวรุ่นลูกที่นั่งอยู่ในพิธีหนึ่งซึ่งคล้ายกับพิธีแต่งงาน ที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์ในห้องทำงาน แต่กลับถูก นพ.เปรมศักดิ์ ด่าทอและใช้คำพูดรุนแรง พร้อมกับถอดกางเกงผู้สื่อข่าวอาวุโสสำนักหนึ่งจนนำมาซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (25 ส.ค.60) นายบุญช่วง สุขโพธิ์ พนักงานอัยการศาลจังหวัดพล ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนในคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานอัยการจังหวัดพล ได้ตรวจสำนวนคดีดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีความเห็นสั่งฟ้อง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พร้อมพวกบางส่วน ในความผิดฐานร่วมกันบังคับข่มขืนใจตามมาตรา 309 วรรคแรก และขู่เข็ญทำให้ตกใจกลัวตามมาตรา 392 และ 397
โดยเหตุผลที่ทางอัยการไม่ได้สั่งฟ้องทั้งหมด 8 คนนั้นเนื่องจากว่า จากจากการตรวจสอบสำนวนที่ตำรวจเสนอมาพบว่าบางคนไม่อยู่ในข่ายร่วมการกระทำกับหมอเปรม อย่างไรก็ตามหากทางฝ่ายโจทย์คือผู้สื่อข่าวทั้ง 5 คนยังติดใจอยู่และต้องการที่จะฟ้องร้องให้ทั้ง 8 คนตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันทั้งหมดก็สามารถทำได้ กฎหมายก็ยังไม่ได้ตัดสิทธิ์ แต่ต้องไปดำเนินการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลเอง แต่ในส่วนของอัยการถือว่าจบขบวนการแล้ว
ทางด้านนายปราโมทย์ ศรีบุระ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ถูกกักขังในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ในวันเกิดเหตุ กล่าวว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ตนยังมีความเชื่อว่าหมอเปรม และพนักงานเทศบาลอีก 7 คน รวมกับหมอเปรมเป็น 8 คน มีส่วนรู้เห็นและร่วมวางแผนกันเป็นอย่างดี เพราะมีการแบ่งงานกัน
"ทำอย่างเป็นขบวนการ ดังนั้นพวกตนจะได้ปรึกษาและแต่งตั้งทนายยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพลเอง เพื่อให้ทั้ง 8 คนตกเป็นจำเลย และจะต่อสู้ความถูกต้องในชั้นศาลต่อไป"



