
เอกชนเมิน ร่วมประมูล ‘รถเมล์เอ็นจีวี’
เอกชนเมิน ร่วมประมูล ‘รถเมล์เอ็นจีวี’
วันที่ 24ส.ค.60 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เปิดให้เอกชนยื่นเอกสารประกวดราคาโครงการจัดหารถโดยสารประจำทางที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (รถเมล์เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน วงเงิน 3,387 ล้านบาท โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา9.00-11.00น. กระทั่งเวลา11.00น.ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดสนใจเข้าร่วมประกวดราคา
นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การขสมก. กล่าวว่าต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะยกเลิกการประมูลรอบนี้ เพราะระเบียบพัสดุ ขสมก. กำหนดว่า ถ้าไม่มีเอกชนเข้าร่วมประกวดราคา ต้องประกาศยกเลิกการประมูลไป
สำหรับราคากลางโครงการนี้มีวงเงินรวมอยู่ที่ 3,389,710,819.50 บาท แบ่งเป็น 2 คือ งบประมาณการจัดซื้อรถฯ มาจากเงินกู้ประมาณ 1,735,549,998 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และงบประมาณการจ้างซ่อมบํารุงรักษารถโดยสารงบดําเนินงานขององค์การที่จะตั้งไวแต่ละปี วงเงิน 1,654,160,821.50 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานกรรมการบริหารกิจการขสมก.กล่าวว่าส่วนตัวเห็นว่าการประมูลรถเมล์เอ็นจีวีรอบนี้ใช้ราคากลางต่ำเกินไป ส่งผลให้ไม่มีเอกชนร่วมยื่นข้อเสนอดังนั้นจึงควรทบทวนราคากลางใหม่ โดยขสมก. อาจใช้ราคากลางอยู่ที่4,021 ล้านบาทตามเดิมเพื่อให้เปิดประมูลรอบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถรับรถได้ภายในปี 2560 ตามนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าจะเปิดประมูลรอบใหม่เมื่อไหร่เพราะต้องพิจารณาเงื่อนไขของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ก่อน แต่ถ้าจะรับรถใหม่ภายในปีนี้ ก็ต้องเปิดประมูลไม่เกินเดือนก.ย.นี้เพราะต้องมีเวลาให้เอกชนส่งมอบรถอีก 90 วัน
นายณัฐชาติ กล่าวถึงบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งถูกถอดรายชื่อออกจากบัญชีดำว่า เมื่อวันที่24 ส.ค.60 ฝ่ายกฎหมาย ขสมก. ให้ความเห็นแล้วว่าเบสท์รินเข้าข่ายต้องถูกขึ้นบัญชีดำ เพราะบริษัทไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะไม่ส่งมอบรถเมล์ให้ ขสมก.
ดังนั้นขสมก.จึงเตรียมประกาศขึ้นบัญชีดำเบสท์รินอีกครั้งภายในวานนี้(24 ส.ค.)อย่างช้าไม่เกินวันนี้ (25 ส.ค.) ส่งผลให้บริษัทไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลรถเมล์เอ็นจีวีรอบใหม่ ขณะเดียวกันเงื่อนไขการประมูล (TOR) มีข้อกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องมีผลงานการจัดหารถ เพราะฉะนั้นถ้าเบสท์รินจัดตั้งบริษัทใหม่และไม่เคยมีผลงานมาก่อน ก็เข้าร่วมประมูลไม่ได้
ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าได้รับรายงานการล้มประมูลจาก ขสมก. แล้ว และจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไปเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเข้าใจ เนื่องจากการประมูลของหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง หากไม่มีเอกชนเข้าร่วมประมูลการประมูลก็ต้องล้มเลิกไป
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัดกล่าวว่าเบสท์รินตัดสินใจไม่ยื่นข้อเสนอในการประมูลรอบนี้ เพราะความไม่แน่นอนเรื่องการขึ้นบัญชีดำ หากเบสท์รินยื่นข้อเสนอแล้วถูก ขสมก. ประกาศขึ้นบัญชีดำภายหลัง ก็ย่อมมีผลเสียตามมา
อย่างไรก็ตาม ตนยังสนใจเข้าร่วมประมูลจัดหารถเมล์ ขสมก. โดยเมื่อเบสท์รินถูกขึ้นบัญชีดำแล้ว ตนก็พร้อมนำบริษัทอื่นในเครือเข้าร่วมประมูลแทน พร้อมระบุว่าสนใจเข้าร่วมประมูลมากขึ้น ถ้า ขสมก. ปรับราคากลางเป็น 4,021 ล้านบาท เพราะจะมีโอกาสทำกำไรมากขึ้น
สำหรับกรณีที่มีการยกเลิกขึ้นบัญชีดำเบสท์รินก่อนหน้านี้ นายคณิสสร์ระบุว่า บริษัทฯ ไม่ได้วิ่งเต้นเหมือนที่หลายฝ่ายเข้าใจ และไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้ โดยทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของ ขสมก. เอง สาเหตุน่าจะเกิดจากเบสท์รินยื่นฟ้องศาลปกครองว่า ขสมก. ยกเลิกสัญญาจัดหารถเมล์โดยมิชอบและตอนนี้ศาลก็ยังไม่มีคำตัดสิน ทาง ขสมก. จึงประกาศยกเลิกการขึ้นบัญชีดำไปก่อน
รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพกล่าวถึงสาเหตุที่ผู้ผ่านคุณสมบัติ 3 รายไม่ยื่นเอกสารประกวดราคารถเมล์เอ็นจีวีรอบนี้ว่า บริษัท ไทยเทคโนโลยี แอนด์ เดเวลอปเมนท์ จำกัด และกิจการร่วมค้า เจวีซีซี โดยบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) คงมองว่าราคากลางซึ่งยึดตามผลประมูลของเบสท์รินครั้งก่อน ต่ำเกินไปและไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จึงไม่ยื่นเอกสารประกวดราคา
ส่วนกรณีที่เบสท์รินไม่ยื่นเอกสารประกวดราคา น่าจะเป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้การประมูลรถเมล์เอ็นจีวีเป็นไปอย่างโปร่งใสและทบทวนเรื่องการยกเลิกขึ้นบัญชีดำเบสท์รินด้วย



