ข่าว

สมคิดสั่ง“บีโอไอ”หามาตรการดึงลงทุนเพิ่ม

สมคิดสั่ง“บีโอไอ”หามาตรการดึงลงทุนเพิ่ม

25 ส.ค. 2560

สมคิดสั่ง“บีโอไอ”หามาตรการดึงลงทุนเพิ่ม

              นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้กับผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และหัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ ของบีโอไอ ทั้ง 14 แห่ง เมื่อวันที่ 24 ส.ค.60 ว่าการดึงการลงทุน ไม่ใช่แค่มุ่งเน้นเฉพาะ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่ต้องเน้นการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร และบริการ การดึงดูดอุตสาหกรรมการเกษตร ต้องมีแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนจริง ธุรกิจที่ดึึงดูดเข้ามาลงทุน ไม่เจาะจงเฉพาะการเกษตรไฮเทค แต่ต้องครอบคลุมไปทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่โรงงานผลิต ระบบโลจิสติกภาคการเกษตร ไปจนถึงปลายทางร้านค้าสินค้าเกษตรไทยในต่างประเทศ หากเกิดการลงทุนแบบนี้ จะสร้างผลกำไรใหกับคนส่วนใหญ่

              ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในภาคการเกษตร 25ล้านคน แต่มีสัดส่วนของจีดีพีประเทศเพียง 8-10% หากไม่ปฎิรูปภาคการเกษตรให้มีคุณค่ามีการพัฒนา จะเกิดปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ตัวเลข จีดีพี เติบโต แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังจนอยู่

              นอกจากนี้ บีโอไอ  ต้องเร่งออกมาตรการส่งเสริมในธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ก่อสร้าง ครีเอทีฟ อีโคโนมี ซึ่งต่างชาติมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย แต่ต้องส่งเสริมที่จูงใจ ธุรกิจท่องเที่ยวนี้ จะเสริมรายได้ในภาคการเกษตรครบวงจร  ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่ม  ธุรกิจเหล่านี้ไทยมีทักษะสูงอยู่แล้ว รวมทั้ง นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการ บีโอไอ ที่กำลังจะเข้าเป็นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านดิจิทัล อีคอมเมิร์ช  จะช่วยในธุรกิจการเกษตรและบริการได้มาก  หากทั้ง2ธุรกิจนี้เติบโต จะสร้างผลกำไรให้กับประเทศมาก

              “ในครึ่งหลังของปี บีโอไอ จะต้องพับสนามเล่น เป้าหมายไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น ไม่มีคำว่าดีเลย์ หากไม่ทันก็ต้องมาพูดคุยหารือกัน แต่จะไม่มีการปรับเป้า โดยในขณะนี้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่าการดึงดูดการลงทุนจะเป็นไปตามเป้าหมาย”

              นอกจากนี้ การแข่งขันดึงดูดการลงทุนจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว  บีโอไอต้องสร้างแบรนด์ของประเทศให้เข้มแข็ง  โดยออกไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ ต้องมียุทธศาสตร์การสื่อสาร ให้เหนือกว่าประเทศอื่น ที่เน้นเพียงภาพลักษณ์ที่สวยงามของประเทศ แต่สื่อโฆษณาของไทย จะต้องนำเสนอภาพความสำเร็จที่มีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาลงทุนในไทย เช่น ภาพบรรยากาศที่รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) ของญี่ปุ่นนำนักลงทุนกว่า500ราย เข้ามาเจรจาลงทุนภายในประเทศ และยังมีคณะนักลงทุนจาก จีน และฮ่องกง เดืนทางมายังไทย ซึ่งจะต้องนำภาพเหล่านี้นำเสนอให้ประเทศเป้าหมาย เช่น ญี่ปุ่น จีน สหรัฐได้ดู สื่อสารให้รู้ว่าไทยมีดีอย่างไรต่างชาติจึงเข้ามาลงทุนในไทยมาอย่างยาวนาน

             “เลขาธิการ บีโอไอ ต้องไม่เพียงแต่จ้างบริษัทโฆษณาประชาสัมพันธ์มาดูแล  ต้องเป็นงานหลักที่จะต้องเข้าไปควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ดีจุดเด่นของไทยออกมาให้ได้ ชูให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รวมทั้งจะต้องออกไปดึงดูดการลงทุนให้เข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และให้บริการอย่างประทับใจ ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนให้กับประเทศในระยะยาว”

              นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่าจะเสนอแพคเกจยกระดับภาคอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป รวมทั้งอุตสาหกรรมภาคบริการ ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เดือนก.ย.นี้  โดยแพคเกจที่จะนำเสนอจะเป็นภาพรวมทั้งหมด ไม่ใช่แค่แพจเกจสิทธิประโยชน์ การลงทุนของบีโอไอเท่านั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนทั้งระบบเป็นไปในทิศทางเดียวกัน